Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 19 guests and no members online

2019-02-03 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลธรรมดา ปี C

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลธรรมดาปีC

ลก4: 21-30เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่าไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน...

วันนี้นักบุญเปาโลบอกกับพวกเราว่าถ้าไม่มีความรักเราก็ไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด...ความรักย่อมอดทนมีใจเอื้อเฟื้อไม่อิจฉาไม่จองหองไม่หยาบคายไม่จดจำความผิดที่ได้รับไม่เห็นแก่ตัวให้อภัยทุกอย่าง...และเราได้ปฏิบัติพระบัญญัติแห่งความรักอย่างไรบ้าง?...ให้เราได้ขออภัยโทษและขอพระองค์ได้โปรดชำระจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์เพื่อจะร่วมในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณอย่างสมควร

ข้อคิด...เมื่อพระเยซูเจ้าได้กลับไปยังบ้านเกิดของพระองค์ที่เมืองนาซาเร็ธประชาชนได้เชิญพระองค์ให้แสดงพระธรรมเทศนาในศาลาธรรมปฏิกิริยาแรกที่พวกเขามีต่อพระองค์ก็เป็นไปในทางบวกเพราะพวกเขารู้สึกประหลาดใจในคำพูดอันน่าอัศจรรย์ของพระองค์แต่ว่าไม่ช้าไม่เร็วความพิศวงของพวกเขาก็ได้กลับกลายเป็นความรู้สึกในทางลบเป็นความรู้สึกที่ต่อต้านและเป็นศัตรู...เพราะอะไรหรือ?

คนส่วนใหญ่ยังเห็นพระเยซูเจ้าเป็นลูกชายของโยเซฟซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันและพระองค์ก็น่าจะทำอะไรดีๆหรือทำอัศจรรย์ให้กับบ้านเกิดของตนก่อนที่จะไปทำให้กับที่อื่นพูดง่ายๆก็คือว่าความรักเมตตาควรจะเริ่มที่บ้านของตนเองเสียก่อนและชาวเมืองนาซาเร็ธน่าจะได้สิทธิพิเศษกว่าชาวเมืองอื่นๆ

พระเยซูเจ้าอยากจะบอกกับพวกเขาว่าสิ่งที่สำคัญมิได้อยู่ที่ว่าพวกเขาเป็นใครแต่อยู่ที่ว่าพวกเขามีความเชื่อศรัทธาในพระเจ้าหรือเปล่า...ในพระอาณาจักรของพระเจ้าไม่มีที่ว่างสำหรับคนที่ต้องการสิทธิพิเศษความรักเมตตาของพระเจ้าเริ่มที่ที่มนุษย์แสดงตนว่าต้องการพระองค์และเป็นความเชื่อที่เขาจะได้รับความรักเมตตาจากพระเจ้าในเรื่องนี้พระเยซูเจ้าได้ให้ตัวอย่างสองเรื่องด้วยกันคือการช่วยเหลือหญิงม่ายที่เมืองศาเรฟัทในเขตเมืองไซดอนของประกาศกเอลียาห์และการที่ประกาศกเอลีชาได้รักษานาอามันชาวเซีเรียให้หายจากโรคเรื้อนทั้งสองคนเป็นคนต่างศาสนา

เมื่อได้ยินว่าผลประโยชน์ที่พวกเขายอมทิ้งไปนั้นเพราะการขาดความเชื่อศรัทธาในองค์พระเยซูเจ้าจะไปตกอยู่กับพวกคนต่างศาสนาพวกเขาก็รู้สึกโกรธเคืองพระองค์ขึ้นมาทันทีพระเยซูเจ้ากล้าอย่างไรที่จะบอกว่าพวกคนต่างศาสนาดีกว่าพวกตนซึ่งเป็นชาวยิวเป็นประชากรที่พระเจ้าเลือกสรรพวกเขาจึงได้ขับไล่พระองค์ออกจากเมืองและต้องการจะทำร้ายพระองค์ให้ตายโดยจะผลักพระองค์ให้ตกลงมาจากหน้าผา

ทำไมชาวนาซาเร็ธจึงได้โกรธเคืองพระเยซูเจ้ายิ่งนัก?

เพราะพระวาจาของพระองค์แต่ที่สำคัญกว่านั้นเพราะพระองค์ได้เผยแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ที่ซ่อนอยู่ในตัวพวกเขา

เป็นที่น่าเสียดายที่บ่อยๆศาสนาได้นำเอาสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในตัวมนุษย์ออกมาตีแผ่ให้เห็นศาสนาทำให้มนุษย์ใจแคบขึ้นมีทิฐิมากขึ้นและพร้อมที่จะทำร้ายและทำลายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่เห็นต่างเราได้เห็นแบบอย่างที่ไม่ดีในเรื่องนี้ในชาวเมืองนาซาเร็ธแต่ว่าเรื่องแบบนี้ก็ยังเกิดขึ้นอยู่เสมอๆจนถึงทุกวันนี้ศาสนาสามารถูกบิดเบือนและถูกเปลี่ยนไปเป็นอะไรบางอย่างที่น่ารังเกียจมากๆเช่นได้กลายเป็นความบ้าคลั่งในศาสนาและความดื้อดึงแบบสุดๆศาสนาได้กลายเป็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ศาสนิกชนของตนได้กลายเป็นคนใจแคบและทนอะไรไม่เป็น

แต่ว่าในเวลาเดียวกันศาสนาก็สามารถนำออกมาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดในตัวมนุษย์เหมือนกันศาสนาทำให้เขารู้จักอดทนและรู้จักรักกันมากขึ้นศาสนาที่แท้จริงจะช่วยปลดปล่อยหัวใจและจิตใจของมนุษย์ให้เป็นอิสระจากความเห็นแก่ตัวและยังสามารถหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีในระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันศาสนาจะเป็นสิ่งที่สวยงามหากจะเป็นอย่างที่ว่านั้นคำถามที่เราแต่ละคนจะต้องถามตัวเองก็คือ...ศาสนาได้นำอะไรที่ดีๆออกมาจากตัวเราบ้าง?

นักบุญเปาโลบอกว่ามีสามสิ่งที่ยั่งยืนคือความเชื่อความหวังและความรักแต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความรักดังนั้นจะมีประโยชน์อะไรสำหรับศาสนิกชนทั้งหลายไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรจะมีเฉพาะความเชื่อและความหวังแต่ไม่มีความรัก

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์