Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 24 guests and no members online

2019-02-10 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา ปี C

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 5 เทศกาลธรรมดาปีC

ลก5: 1-11โปรดไปจากข้าพเจ้าเสียเถิดพระเจ้าข้าเพราะข้าพเจ้าเป็นคนบาป...แต่เมื่อพวกสาวกนำเรือกลับถึงฝังแล้วก็ละทิ้งทุกสิ่งติดตามพระเยซูเจ้า...

นักบุญทุกท่านต่างก็มีจิตสำนึกถึงความเป็นคนบาปของตนและนี่แหละที่ทำให้พวกท่านวางใจในพระหรรษทานของพระเจ้ามากกว่าในพลังความสามารถของตัวเอง...ในขณะที่ความเป็นคนบาปของเรากดเราให้ต่ำลงก็ขออย่าให้จิตใจของเราตกต่ำหดหู่ตามไปด้วยหรืออาจจะทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่ในกลุ่มศิษย์ของพระเยซูเจ้า...พระองค์ได้เสด็จมาเพื่อช่วยเราให้เอาชนะบาปและความไม่ดีต่างๆในตัวเราดังนั้นให้เราได้เข้าไปหาพระองค์ด้วยความเชื่อมั่นและสารภาพผิดต่อพระองค์เพื่อว่าพระองค์จะได้ชำระจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์

ข้อคิด...ทะเลสาบเยนเนซาเรทมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าทะเลสาบกาลิลีหรือทะเลสาบตีเบเรียสและผู้ที่ทำมาหากินบนฝั่งของทะเลสาบก็จะใช้เรือและอวนเพื่อหาปลาในทะเลสาบเป็นการยังชีพของตัวเองเช่นเดียวกับในกรณีของอัครสาวกรุ่นแรกๆของพระเยซูเจ้า

...บทอ่านทั้งสามบทของวันอาทิตย์นี้สื่อเนื้อหาสาระด้วยเรื่องเดียวกันคือเรื่องของ“กระแสเรียก” ซึ่งจะได้รับไปพร้อมๆกับ“พันธกิจ”และ“การเผยแสดงองค์ของพระเจ้า” ซึ่งเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างมาก

และสามบุคคลสำคัญในพระวาจาที่นำเสนอให้พวกเราได้ยินได้ฟังในวันอาทิตย์นี้คือประกาศกอิสยาห์นักบุญเปาโลและนักบุญเปโตรทั้งสามท่านนี้ได้ทำสิ่งใหญ่โตเพื่อพระเจ้าแต่ในเวลาเดียวกันทั้งสามท่านนี้ก็มีข้อด้อยของตัวเองเหมือนกันแต่เมื่อพระเจ้าทรงเรียกพวกท่านท่านในเบื้องต้นก็ยอมรับการเรียกนั้นอย่างไม่สู้เต็มใจนักเพราะรู้ตัวเองว่าไม่สมควรสักเท่าใด...

ท่านประกาศกอิสยาห์กล่าวว่า“ข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด

นักบุญเปาโลกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นผู้น้อยที่สุดในบรรดาอัครสาวกและไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นอัครสาวก

ส่วนนักบุญเปโตรกล่าวว่าโปรดไปจากข้าพเจ้าเสียเถิดเพราะข้าพเจ้าเป็นคนบาป

...นี่มิใช่เป็นความสุภาพจอมปลอมแต่ว่าเป็นความจริงใจที่ออกมาจากจิตสำนึก...

ท่านทั้งสามเริ่มด้วยการยอมรับรู้ถึงความไม่เหมาะสมและความไม่พร้อมของตนซึ่งจากมุมมองของผู้แนะนำชีวิตจิตต่างก็มีความเห็นว่านี่แหละที่เป็นการเริ่มต้นชีวิตการเป็นศิษย์ขององค์พระเยซูเจ้าอย่างเป็นอุดมการณ์เลยทีเดียว

ส่วนคนที่อวดอ้างสรรพคุณของตัวเองก่อนที่จะลงมือทำอะไรมักจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีเพราะคนประเภทนี้เชื่อมั่นในความสามารถของตนเองมากกว่าอย่างอื่น พลางแสวงหาเกียรติยศชื่อเสียงใส่ตัว...คนจองหองอวดดีและคนที่คิดว่าตัวเองเก่งก็เหมือนกับคนที่เริ่มสร้างบ้านบนทรายซึ่งจะพังทลายลงได้ง่ายๆ

ในทางตรงกันข้ามเมื่อเราพบคนที่รู้สึกค่อนข้างหวาดกลัวแบ่งรับแบ่งสู้เราเริ่มรู้สึกนิยมชมชอบในตัวเขาเห็นเขามีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นมนุษย์มากกว่า

สิ่งที่พูดมานี้ดูคล้ายๆกับว่าเป็นความขัดแย้งกันแต่นักบุญเปาโลเองก็ได้กล่าวว่า“เพราะข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใดข้าพเจ้าก็ย่อมเข้มแข็งเมื่อนั้น” จริงๆแล้วท่านอยากบอกพวกเราว่าการยอมรับความอ่อนแอของตนเองจะทำให้เราหันเข้าหาพระเจ้าและฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าก็จะอยู่กับเรา

เมื่อเรายอมรับความอ่อนแอของตนพระเจ้าก็จะทำให้เราเข้มแข็ง

เมื่อเรายอมรับความว่างเปล่าของตนพระเจ้าก็จะทรงช่วยเติมเต็มให้

เมื่อเรายอมรับความความยากจนน่าสงสารของตนพระเจ้าก็จะทรงช่วยทำให้ร่ำรวยมั่งคั่ง

และดังนี้เราก็จะสามารถทำงานที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ได้สำเร็จเพราะพระองค์จะเสริมแต่งในตัวเราสิ่งที่ขาดไปและทำให้เป็นไปได้ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในความรู้สึกนึกคิดของเรา

แน่นอนความสุภาพควรจะต้องเป็นจุดเริ่มต้นในชีวิตจิตของแต่ละคนเพราะถ้าไม่มีพระหรรษทานของพระเจ้าคอยช่วยสนับสนุนเราก็จะไม่สามารถทำอะไรที่เป็นบุญกุศลได้ทั้งจะไม่สามารถเอาตัวรอดพ้นได้และการที่จะช่วยคนอื่นให้เอาตัวรอดพ้นด้วยนั้นก็ยิ่งจะเป็นไปได้ยากขึ้นหรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลย

นักบุญเปโตรได้ทรงขอร้องให้พระเยซูเจ้าออกห่างจากตัวท่านเพราะท่านมีจิตสำนึกว่าท่านเป็นคนบาป...ท่านคิดว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์จึงควรที่จะต้องอยู่ห่างๆจากคนบาปแต่พระเยซูเจ้าทรงไม่ยอมทำเช่นนั้นเด็ดขาดเพราะการที่พระองค์มาบังเกิดเป็นมนุษย์และอยู่บนโลกมนุษย์เรานี้ก็เพื่อคนบาปนั่นเองพระองค์ทรงต้องการเปลี่ยนความเข้าใจของมนุษย์ที่มีต่อพระเจ้าเสียใหม่พระเจ้าของเรามิใช่พระเจ้าที่รังเกียจมนุษย์แต่เป็นพระเจ้าที่รักมนุษย์ต้องการอยู่กับพวกเขาและต้องการให้พวกเขาได้เอาตัวรอดพ้นให้พวกเขาได้มีโอกาสตั้งต้นใหม่ในชีวิตของพวกเขา

ท่านประกาศกอิสยาห์นักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลในที่สุดก็รับคำเชื้อเชิญจากพระเจ้าให้ร่วมมือกับพระองค์และท่านทั้งสามได้ให้ความร่วมมือกับพระองค์อย่างเต็มที่ทั้งได้ทำงานเพื่อพระองค์อย่างสุดยอด...นี่เป็นพลังอันเกิดขึ้นจากความอ่อนแอของมนุษย์...เพราะเมื่อเราตอบรับการเรียกของพระเจ้าพระองค์ก็จะทรงสนับสนุนให้พละกำลังแก่เราให้เราสามารถทำสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าเราจะสามารถทำได้

เราควรจะอธิษฐานภาวนาขอพระเจ้าโปรดประทานความสุภาพให้เรายอมรับความอ่อนแอของตนเองและประทานพละกำลังให้เราได้เอาชนะความอ่อนแอนั้นๆ...แล้วนั้นเราก็จะมีความชื่นชมยินดีที่ได้ค้นพบว่า...“เมื่อข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใดข้าพเจ้าก็ย่อมเข้มแข็งเมื่อนั้น”...เพราะฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าอยู่กับเรา

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์