Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 7 guests and no members online

2019-03-24 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต ปี C

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 3 เทศกาลมหาพรตปีC

ลก13: 1-9...นายครับปล่อยมันไว้ปีนี้อีกสักปีหนึ่งเถิดผมจะพรวนดินรอบต้นใส่ปุ๋ยดูซิปีหน้ามันจะออกผลรือไม่  ถ้าไม่ออกผลท่านจะโค่นทิ้งเสียก็ได้...เราบอกท่านทั้งหลายว่าถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิตทุกท่านจะพินาศไปเช่นเดียวกัน

พระเยซูเจ้าได้ทรงกล่าวกับผู้คนร่วมสมัยกับพระองค์ว่าถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิตทุกท่านจะพินาศไปเช่นเดียวกันและคำพูดคำเดียวกันนี้พระองค์ก็ทรงพูดกับเราทุกคนในขณะนี้ด้วย...ทุกครั้งเมื่อเราเริ่มพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเราก็จะเริ่มด้วยการเป็นทุกข์กลับใจพลางอธิษฐานภาวนาขอพระองค์ได้โปรดให้อภัยบาปความผิดต่างๆของเราและให้เราได้กลับใจมาหาพระองค์

ข้อคิด...บทอ่านที่หนึ่ง(อพย3: 1-8. 13-15) ได้บอกให้เรารู้ว่าพระเจ้าได้ทรงประจักษ์มาหาโมเสสในพุ่มไม้เพลิงและได้ทรงเผยแสดงพระนามยาห์เวห์ของพระองค์อย่างไร...พระเจ้าได้ทรงฟังเสียงร้องคร่ำครวญของประชากรที่ถูกกดขี่ข่มเหงของพระองค์และได้ทรงส่งโมเสสมาช่วยปลดปล่อยพวกเขา...เป็นจุดผกผันที่สำคัญอันจะนำไปสู่การอพยพครั้งสำคัญในการช่วยให้รอดพ้นของพระเจ้าในประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้นของชนชาติอิสราเอลในโอกาสต่อมา

ส่วนในพระวรสารพระเยซูเจ้าได้ทรงปรับแก้ความเข้าใจที่ผิดๆของประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้าใจว่าเหตุเภทภัยต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นการทำโทษของพระเจ้าต่อบาปผิดของเรามนุษย์...ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช่เช่นนั้นแต่อย่างไรก็ตามบาปผิดของเรามนุษย์ก็ยังคงเรียกร้องให้เราทำการกลับใจใช้โทษบาป...พระเยซูเจ้าได้ทรงกล่าวกับชนชาวยิวว่าพวกเขาจะสูญเสียพระสัญญาที่พระเจ้าได้ทรงกระทำกับพวกเขาไปถ้าหากพวกเขาจะไม่กลับใจใช้โทษบาป

และเรื่องต้นมะเดื่อเทศในเรื่องอุปมาของพระเยซูเจ้า…ต้นมะเดื่อเทศต้นนี้เป็นต้นไม้พิเศษมากทีเดียวเพราะมันแต่เพียงต้นเดียวที่ถูกปลูกไว้ในสวนองุ่นแม้ว่าจะมีอะไรพิเศษอย่างนี้ต้นมะเดื่อเทศต้นนี้ก็ไม่ยอมออกผลถึงกระนั้นเจ้าของสวนก็ยังให้โอกาสมันยังไม่โค่นมันทิ้ง...ต้นมะเดื่อเทศต้นนี้คือชนชาวอิสราแอลและเราคริสตชนแต่ละคนที่ถูกปลูกไว้ในสวนองุ่นของพระเจ้า...สภาพที่ไม่ยอมออกผลของต้นมะเดื่อเทศนี้เป็นสัญลักษณ์ของสภาพที่ไม่ยอมออกผลในชีวิตของประชากรอิสราแอลและของพวกเราเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า...แต่พระเจ้าทรงอดทนพลางรอคอยให้พวกเขาและเรากลับใจใช้โทษบาปแม้ว่าโอกาสและเวลาจะเหลือน้อยลงก็ตาม

พระเยซูเจ้าได้ทรงเริ่มพันธกิจของพระองค์ด้วยการเรียกร้องให้กลับใจใช้โทษบาป “เวลาที่กำหนดไว้มาถึงแล้วพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้วจงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด” ทุกวันนี้อาศัยเสียงเรียกของพระศาสนจักรก็เรียกพวกเราให้กลับใจเช่นเดียวกันเสียงเรียกให้กลับใจเป็นหัวใจของพระวรสารพระเยซูเจ้ามิได้ทรงบอกกับพวกคนบาปเท่านั้นที่ให้กลับใจแต่บอกกับคนดีทั่วๆไปด้วยหรือพูดให้ถูกต้องมากขึ้นคือพระองค์ได้ทรงบอกกับทุกๆคนโดยไม่มีการยกเว้นนั่นแหละ...บางทีพวกเราอยากจะถามพระองค์ว่าทำไมคนดีจึงต้องกลับใจด้วยเล่า?

ในกรณีของคนดีนั้นความผิดพลาดของพวกเขาอยู่ที่การละเลยที่จะกระทำความดีและนี่เป็นสาระของเรื่องต้นมะเดื่อเทศที่ไม่ยอมออกผล...ความผิดพลาดที่ขาดอะไรไปบางอย่างของต้นมะเดื่อเทศนี้มิใช่เพราะต้นมะเดื่อเทศนั้นได้ออกผลที่เป็นพิษเป็นภัยแต่เพราะมันไม่ยอมออกผลอะไรเลยต้นมะเดื่อเทศจะเป็นเช่นไรถ้าหากมันไม่ยอมออกผลเจ้าของสวนคงไม่ปล่อยให้มันเจริญเติบโตต่อไปอีกเป็นแน่

โดยปรกติแล้วพวกเราคริสตชนมักจะไม่ชอบถามตัวเราเองว่า“มีอะไรบ้างที่เราไม่ได้ทำ?” ดังนั้นเสียงเรียกที่บอกให้เรากลับใจมิใช่เป็นเพียงเสียงเรียกไม่ให้เราทำความชั่วเท่านั้นแต่ยังเรียกให้เราทำความดีอีกด้วยจึงเท่ากับว่าเป็นการเรียกให้ทุกคนได้กลับใจ

เสียงเรียกให้กลับใจของพระเยซูเจ้าคงจะรบกวนมโนธรรมของเราและเราเองก็คงไม่ชอบให้ใครมากวนใจเราเราต้องการให้ชีวิตของเราเป็นไปอย่างราบเรียบไม่มีอะไรมาคอยรบกวนใจแต่มันก็คงจะเป็นความเห็นแก่ตัวเราอาจจะไม่มีความผิดอะไรที่ใหญ่โตแต่ถึงกระนั้นเราอาจจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่ชอบเรียกร้องอะไรต่างๆอยากเอาอย่างนั้นอยากเอาอย่างนี้เรามักจะยึดถือตัวเองเป็นใหญ่เป็นศูนย์กลางไม่ชอบฟังคนอื่นและไม่ชอบฟังพระเจ้า

เราคงจะไม่มีโอกาสที่ตรึงตาตรึงใจของการกลับใจเหมือนกับโมเสสที่วันนี้เลี้ยงฝูงแกะอยู่ดีๆแต่พอวันรุ่งขึ้นกลับต้องไปนำประชากรที่โดนกดขี่ข่มเหงให้ได้รับอิสรภาพ

การกลับใจเป็นสิ่งที่นำความชื่นชมยินดีมาให้และเป็นข่าวดีอีกต่างหากเพราะเป็นการเรียกให้ออกจากการเป็นทาสของความเห็นแก่ตัวและบาปไปสู่ชีวิตแห่งเสรีภาพและพระหรรษทานเป็นการเรียกให้ออกจาชีวิตที่ไม่บังเกิดผลไปสู่ชีวิตที่บังเกิดผลมากมายเป็นการเรียกไปสู่ความยินดีปราโมทย์แห่งพระอาณาจักรอย่างไรก็ตามการกลับใจจริงๆนี้มิได้จะบังเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วก็เสร็จเรียบร้อยแต่ว่าเป็นขบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปและมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา...ชีวิตคริสตชนจึงเป็นขบวนการของการกลับใจที่ต่อเนื่องไปจนตลอดชีวิต

เรื่องอุปมาของพระเยซูเจ้าที่เราเพิ่งได้ยินมานี้เป็นทั้งคำเตือนและคำขู่...จุดประสงค์ของเรื่องอุปมานี้ก็คือต้องการที่จะบอกเราว่าเรายังขาดอะไรอยู่บ้างเพื่อว่าเราแต่ละคนจะได้เติมเต็มชีวิตคริสตชนของเรา...ขอให้คนที่คิดว่าตัวเองปลอดภัยแล้วให้ระวังจงหนักว่าจะพลาดท่าเสียทีได้ไม่มีใครสามารถทำเล่นๆไม่เอาจริงเอาจังกับความรอดพ้น...ไม่มีใครแน่ใจว่าตนเองจะไม่พลาดพลั้งบ้างและไม่มีใครที่พลาดไปแล้วจะไม่สามารถกลับลุกขึ้นมาใหม่ได้

ขอให้พระวาจาของพระเยซูเจ้าได้เร่งรัดให้พวกเราได้ทำการกลับใจมาหาพระองค์เพราะพระเจ้าอาจจะได้รอคอยการเกิดดอกออกผลของพวกเรามาเป็นเวลานานหลายปีมาแล้วบัดนี้พระองค์ได้ให้โอกาสพวกเราที่จะกลับมาหาพระองค์กลับมาเป็นลูกที่ดีที่ศักดิ์สิทธิ์และที่น่ารักของพระองค์ให้เรารีบกลับมาหาพระองค์เถิด

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์