Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 11 guests and no members online

2019-05-26 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 6 เทศกาลปัสกา ปี C

ข้อคิดอาทิตย์ที่ เทศกาลปัสกา ปี C

ยน14: 23-29เรามอบสันติสุขไว้ให้ท่านทั้งหลายเราให้สันติสุขของเรากับท่านไม่เหมือนที่โลกให้

พระเยซูเจ้าได้ทรงบอกกับสานุศิษย์ของพระองค์ว่าเรามอบสันติสุขไว้ให้ท่านทั้งหลายเราให้สันติสุขของเรากับท่าน...เราไม่สามารถให้สันติสุขของเรากับคนอื่นได้ถ้าหากในตัวเรายังไม่มีสันติสุข...พระเยซูเจ้าสามารถให้สันติสุขกับคนอื่นได้เพราะในพระองค์มีสันติสุขอย่างเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว...พระองค์จะประทานสันติสุขของพระองค์ให้กับเราถ้าหากเราจะได้มีชีวิตของพระองค์และปฏิบัติพระวาจาของพระองค์ในชีวิตของเรา

ข้อคิด...ระหว่างการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายพระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่าเรามอบสันติสุขไว้ให้ท่านทั้งหลายเราให้สันติสุขของเรากับท่านเราให้สันติสุขกับท่านไม่เหมือนที่โลกให้ใจของท่านอย่าหวั่นไหวหรือมีความกลัวเลยช่างเป็นพระวาจาที่งดงามและกินใจมากที่สุดพระวาจาหนึ่งในพระวรสาร

คำว่า“สันติสุข” หรือ“สันติภาพ”  หรือ“Peace” เป็นถ้อยคำที่มีการใช้กันอย่างกว้างขวางให้ความหมายได้เพียงส่วนน้อยไม่เหมือนกับคำว่าShalomในพระคัมภีร์ซึ่งอุดมด้วยเนื้อหาความหมายโดยทั่วไปนั้นสื่อถึงความสมบูรณ์อย่างยิ่งในสภาพที่ไม่ขาดสิ่งใดเลยลักษณะของความผาสุขที่สมบูรณ์ที่คำนี้ให้ความหมายเป็นของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียวเมื่อผู้ใดเป็นเจ้าของสันติสุขนี้คือผู้นั้นเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าอย่างสมบูรณ์

สันติสุขที่แท้จริงมิได้ประกอบด้วยความร่ำรวยหรือความสุขสบายตามธรรมชาติองค์ประกอบที่สำคัญของสันติสุขคือความชอบธรรม” ดังนั้นที่ใดหรือคนใดที่ไม่มีความชอบธรรมจึงไม่มีสันติสุขแท้จริงเพราะฉะนั้นจึงไม่มีสันติสุขสำหรับคนบาปหรือคนไม่ดี

สันติสุขมิได้หมายถึงการไม่มีสงครามหรือไม่มีความบาดหมางหรือการขาดความสามัคคีแบบทั่วๆไปสันติสุขแท้จริงไม่ใช่ความสงบราบรื่นเพราะความสงบราบรื่นเป็นสิ่งภายนอก...สาระสำคัญของสันติสุขเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของมนุษย์สันติสุขเป็นลักษณะของความสงบสุขภายในจิตใจที่ปรารถนาความสัมพันธ์อย่างถูกต้องกับพระเจ้าและกับผู้อื่น...สันติสุขที่แท้จริงอยู่โพ้นความคิดและความสามารถส่วนตัวของมนุษย์...เพียงลำพังมนุษย์เองนั้นไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้แต่เป็นพระพรของพระเจ้าที่ทรงประทานให้กับเรามนุษย์

   พระเจ้าทรงปรารถนาให้ผู้ที่รับใช้พระองค์มีสันติสุขพระเจ้าตรัสถึงสันติสุขกับประชากรของพระองค์...ในสมัยของพระคัมภีร์คำว่า“Shalomเป็นคำทักทายที่ใช้กันโดยทั่วไปซึ่งมีความหมายมากกว่าถ้อยคำที่พูดออกไปเป็นการแสดงออกถึงความปรารถนาดี...สันติสุขเป็นพระพรที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เราสามารถมอบให้แก่กันและกันแต่เราจะมอบให้ผู้อื่นไม่ได้ถ้าตัวเราเองยังไม่มีเช่นเดียวกับที่เราไม่สามารถให้เงินกับคนขอทานได้ถ้าเราไม่มีเงินและเราคงไม่สามารถให้สิ่งใดกับใครได้ถ้าบุคคลนั้นไม่ต้องการไม่อยากได้หรือไม่สามารถรับสิ่งนั้นเราสามารถสร้างเงื่อนไขว่าสันติสุขสามารถปักหลักปักฐานอยู่ที่ใดก็ได้แต่ไม่ใช่ตัวเราที่จะเป็นผู้กำหนดให้มีสันติสุขได้

   พระเยซูเจ้าทรงปรารถนาจะมอบสันติสุขให้กับบรรดาศิษย์ของพระองค์เพราะพระองค์ทรงมีสันติสุขอยู่ในพระองค์แล้วเราให้สันติสุขของเรากับท่าน”...สันติสุขคือความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าพระเยซูเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์กับพระเจ้าพระองค์จึงทรงสามารถประทานพระพรแห่งสันติสุขให้กับเรามนุษย์

ส่วนเราสามารถมอบสันติสุขของเราเองให้กับผู้อื่นได้หรือไม่?

คริสตชนทุกคนมีกระแสเรียกสู่สันติสุขและให้นำสันติสุขไปให้กับคนอื่นแต่บ่อยครั้งแทนที่เราจะมอบสันติสุขให้กับผู้อื่นเรากลับนำความขัดแย้งไปให้กับพวกเขา

เมื่อพระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์ให้กับบรรดาศิษย์ของพระองค์หลังจากที่ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วพระองค์มิได้ทรงกล่าวตำหนิพวกเขาหรือดุว่าพวกเขาที่ไม่เชื่อในพระองค์แต่ทรงทำลายประตูที่ปิดอยู่เพราะความหวาดกลัวและความสงสัยของพวกเขาและตรัสถ้อยคำที่พวกเขาปารถนาจะได้ยินในยามที่พวกเขามีความหวาดกลัวว่าสันติสุขจงอยู่กับพวกท่าน...ด้วยถ้อยคำแห่งความรักและความหวังดีนี้ที่เปลี่ยนความหมดหวังของพวกเขาไปสู่ความหวังและเปลี่ยนความโศกเศร้าให้เป็นความชื่นชมยินดี

ผู้ที่ได้ลิ้มรสสันติสุขของพระเยซูเจ้าเป็นผู้มีบุญและเป็นผู้โชคดีและมีความสุขใจเป็นสันติสุขซึ่งอยู่เหนือความเข้าใจใดๆเป็นสันติสุขซึ่งโลกนี้ไม่สามารถมอบให้ได้เป็นสันติสุขซึ่งไม่มีใครสามารถเอาไปจากเราได้เป็นสันติสุขที่คงทนถาวรแม้ในท่ามกลางโลกที่มีความยุ่งยากวุ่นวายและความขัดแย้งและแม้ในท่ามกลางปัญหาต่างๆที่ไม่สามารถตัดสินใจได้...สันติสุขเป็นพระพรของพระเจ้าที่ทรงมอบให้กับเราและสามารถเป็นพระพรของพระเจ้าที่เราสามารถมอบให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์