Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 7 guests and no members online

2019-11-10 ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา ปี C

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่32 เทศกาลธรรมดาปีC

ลก20: 27-38...คนที่จะบรรลุถึงโลกหน้าและจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตายนั้นจะไม่แต่งงานเป็นสามีภรรยากันอีกเพราะเขาจะไม่ตายอีกต่อไปเขาจะกลับคืนชีพ...พระเจ้ามิใช่พระเจ้าของผู้ตายแต่เป็นพระเจ้าของผู้เป็นเพราะทุกคนมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์...

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ก็จะมุ่งประเด็นไปที่ความแน่ใจในชีวิตหน้าอันจะก่อให้เกิดความหวังที่น่าชื่นใจ...ชีวิตมิได้เป็นการเดินทางที่ไม่มีจุดหมายแต่เป็นการเดินทางมุ่งหน้าไปสู่ดินแดนแห่งพระสัญญาแห่งชีวิตนิรันดร์ความคาดหวังเช่นนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนอะไรที่เป็นของมนุษย์แต่ตั้งอยู่บนพระวาจาอันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า

ข้อคิด...ในช่วงเวลาของการใช้ชีวิตกับประชาชนของพระเยซูเจ้าพระองค์ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มชนหลายกลุ่มด้วยกันซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านของความเชื่อและค่านิยมแห่งชีวิตจากพระวรสารของวันนี้ก็มีพวกชาวสัดดูสีกลุ่มหนึ่งเข้ามาหาพระเยซูเจ้าและถามพระองค์เรื่องของการกลับคืนชีพ

ก่อนที่เราจะเข้าไปในคำถามของเรื่องการกลับคืนชีพนี้เราควรจะได้ทราบภูมิหลังว่าพวกชาวสัดดูสีเป็นใครและมีอิทธิพลอย่างไรบ้างต่อชีวิตทางการเมืองและการศาสนาของชนชาวยิว...ในศตวรรษที่2 ก่อนคริสตกาลในสมัยของพี่น้องมัคคาบีพวกเขาได้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคหนึ่งประกอบด้วยกลุ่มคนค่อนข้างมีฐานะดีทางสังคมทางการเมืองและทางการศาสนาพวกเขาได้ยอมรับเอาวัฒนธรรมและความคิดอ่านของพวกชาวกรีกในสมัยนั้น

และในสมัยของพระเยซูเจ้าพวกชาวสัดดูสีนี้ก็ยอมรับเอาวัฒนธรรมและประเพณีปฏิบัติของพวกชาวโรมันเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการคงไว้ซึ่งอำนาจและอิทธิพลเหนือพระวิหารและสภาสูงสุดของประชาชนของพวกเขาพวกเขาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับพวกชาตินิยมซึ่งทำการเคลื่อนไหวต่างๆทางการเมืองอันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศชาติได้

อิทธิพลทางโลกที่ครอบงำพวกชาวสัดดูสีทำให้พวกเขามีนิสัยแบบอนุรักษ์นิยมทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่ามีพระแมสสิยาห์ที่จะมาช่วยพวกเขาให้รอดพ้นไม่เชื่อในการกลับคืนชีพของผู้ตายและไม่เชื่อในเรื่องของผีสางเทวดาพวกเขาเชื่อว่าทั้งคนดีและคนชั่วเมื่อตายไปแล้วก็จะไปอยู่ด้วยกันในใต้บาดาลและเพราะความคิดดังกล่าวนี้นี่เองที่ทำให้พวกเขาสามารถเสพสุขเสพความสบายในชีวิตปัจจุบันโดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องของชีวิตหลังความตาย

พวกชาวสัดดูสีถือว่าความเชื่อในเรื่องของการกลับคืนชีพหลังความตายนั้นเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะดังที่เขายกตัวอย่างให้พระเยซูเจ้าฟังเรื่องพี่น้องชาย7 คนต่างก็มีภรรยาคนเดียวกันโดยเริ่มตั้งแต่พี่ชายคนโตซึ่งเมื่อแต่งงานกับหญิงสาวคนนั้นแล้วต่อมาก็ตายไปภรรยาของเขาก็จะตกไปเป็นของคนที่สองและเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงน้องชายคนสุดท้องซึ่งเป็นคนที่เจ็ดก็รับเอาภรรยาของพี่ชายมาเป็นภรรยาของตนที่สุดพี่น้องชายทั้งเจ็ดนี้ต่างก็ตายไปและต่างคนต่างก็ไม่มีลูกกับภรรยาของตนอันทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าคนไหนเป็นสามีที่แท้จริงของผู้หญิงคนนี้เพราะไม่มีผู้สืบสกุล...ในกรณีที่ว่านี้จึงมีปัญหาว่าผู้หญิงคนนี้เวลากลับคืนชีพหลังความตายแล้วจะตกเป็นภรรยาของใคร?

คำตอบของพระเยซูเจ้าก็คือว่าจะไม่มีการเปรียบเทียบระหว่างชีวิตมนุษย์ที่ทุกๆคนมีบนโลกนี้กับชีวิตแห่งการกลับคืนชีพที่เฉพาะบุตรของพระเจ้ามีในอาณาจักรสวรรค์หรือในชีวิตหน้า...ชีวิตมนุษย์บนโลกเราใบนี้ก็จะมีลักษณะเฉพาะของมันตามที่เราเห็นๆกันอยู่คือมีเกิดแต่งงานแก่เจ็บและตายส่วนชีวิตแห่งการกลับคืนชีพของผู้ชอบธรรมนั้นในฐานะที่พวกเขาเป็นบุตรของพระเจ้าพวกเขาไม่สามารถตายได้อีกเพราะพวกเขาจะมีชีวิตพระ... ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการแต่งงานเพื่อจะมีผู้สืบสกุลบรรดาผู้ชอบธรรมไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงต่างก็เป็นสมาชิกของครอบครัวพระเจ้าเป็นครอบครัวเดียวกันจึงเป็นเรื่องไร้สาระที่จะพูดถึงเรื่องของการแต่งงาน

สำหรับผู้ชอบธรรมความตายมิได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับพระเจ้าจะต้องถูกตัดขาดลงความตายไม่สามารถทำลายมิตรภาพระหว่างพระเจ้ากับบรรดาลูกๆของพระองค์ถ้าหากว่าโมเสสเรียกพระเจ้าว่าเป็นพระเจ้าของผู้เป็นมิใช่เป็นพระเจ้าของผู้ตายดังนั้นพวกเขาจะต้องมีชีวิตอยู่ในพระเจ้าตลอดไปชั่วนิจนิรันดร์    

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์