Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 13 guests and no members online

2019-11-24 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา ปี C

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 34เทศกาลธรรมดาปีC

สมโภชพระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาล

ลก23: 35-43...ข้าแต่พระเยซูโปรดระลึกถึงข้าพเจ้าด้วยเมื่อพระองค์จะเสด็จสู่พระอาณาจักรของพระองค์...

วันนี้เราถวายเกียรติแด่พระเยซูคริสตเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาลและเราสามารถถวายเกียรติแด่พระองค์ได้ดีที่สุดก็ด้วยช่วยกันทำให้พระอาณาจักรของพระองค์แผ่ขยายออกไปให้กว้างไกลที่สุด...แต่เป็นเพราะว่าบาปของเราแต่ละคนที่เป็นตัวชะรอการขยับขยายพระอาณาจักรของพระคริสตเจ้าซึ่งได้ให้อภัยแก่โจรที่กลับใจพระองค์ก็จะทรงให้อภัยบาปของเราด้วย

ข้อคิด...กษัตริย์ดาวิดได้รับการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์จากประชาชนของตนเองให้เป็นกษัตริย์แห่งยูดาห์ที่เฮบรอนและในบทอ่านแรก(2ซมอ: 5: 1-3) เราก็ได้ฟังว่าประชาชนตระกูลทางภาคเหนือก็ได้ยอมรับพระองค์เป็นกษัตริย์ของพวกเขาด้วยเช่นเดียวกันดาวิดได้เป็นกษัตริย์ของประเทศที่ได้รวมกันอันเป็นรูปแบบของความเป็นกษัตริย์แห่งสากลจักรวาลของพระคริสตเจ้าซึ่งพวกเราทำการสมภชในวันนี้

บทอ่านที่สอง(คส1: 11-20) สาระสำคัญอยู่ที่เป็นบทขับร้องทางพิธีกรรมเพื่อสรรเสริญพระคริสตกษัตริย์บทขับร้องภาคแรกกล่าวถึงบทบาทของพระองค์ในการสร้างโลกส่วนในภาคที่2 นั้นพูดถึงบทบาทของพระองค์ในการไถ่กู้มนุษยชาติ...และในการสมโภชของบรรดาสัตบุรุษในวันนี้จะเป็นการประกาศและยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็นพระประมุขของพระศาสนจักรและเป็นผู้ปกครองสากลจักรวาล

ส่วนในพระวรสารเราแลเห็นว่าบนกางเขนที่ตรึงพระเยซูเจ้าเหนือพระเศียรของพระองค์นั้นมีคำจารึกว่า“ผู้นี้คือกษัตริย์ของชาวยิว” ซึ่งทุกคนที่ผ่านไปมาก็สามารถเป็นพยานยืนยันได้แม้ว่าบางคนอาจจะไม่สู้เต็มใจยอมรับก็ตาม

ให้เราลองพิจารณาดูโจรทั้งสองคนที่ถูกตรึงกางเขนพร้อมๆกับพระเยซูเจ้าว่ามีท่าทีที่แตกต่างกันอย่างไรคนแรกก็คือโจรที่เป็นทุกข์กลับใจไม่เป็นแม้ว่าความตายกำลังรอเขาอยู่ก็ตามเขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะต้องเป็นทุกข์เสียใจถึงพฤติกรรมต่างๆที่ไม่ดีไม่งามในชีวิตของตนมโนธรรมของเขาคงจะเป็นประเภทตายด้านใครจะพูดอะไรก็ไม่มีผลที่จะสามารถทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้แม้กระทั่งพระเยซูเจ้าเองก็เข้าไปไม่ถึงจิตใจของเขา…ไม่มีใครสามารถช่วยคนที่ไม่อยากให้ช่วย…จริงๆแล้วการให้อภัยของพระเจ้ากำลังรอเขาอยู่เพียงแต่ขอให้เขาได้เปิดประตูหัวใจต้อนรับพระหรรษทานแห่งการให้อภัยของพระองค์เท่านั้นเอง

ส่วนโจรอีกคนหนึ่งนั้นซึ่งบางทีเราอาจจะเรียกเขาว่าเป็นโจรคนดีก็ได้เพราะว่าหลังจากที่ตัวเองได้ประกอบอาชญากรรมต่างๆมาได้มาเห็นพระเยซูเจ้าพระชุมพาน้อยที่ปราศจากบาปความผิดต้องมาถูกตรึงกางเขนพร้อมๆกับตนก็ได้รับพระหรรษทานแห่งการเป็นทุกข์กลับใจและได้รับพระพรจากพระเยซูเจ้าด้วยคำเชื้อเชิญของพระองค์ว่า“วันนี้ท่านจะอยู่กับเราในสวรรค์” แน่นอนพระเยซูเจ้าทรงเป็นเพื่อนและพี่น้องกับทุกๆคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนบาปพระองค์พร้อมที่จะช่วยเหลือทุกๆคนที่เข้ามาหาพระองค์ด้วยความเชื่อศรัทธาในพระองค์และในพระวาจาของพระองค์ดังที่ปรากฏให้เราได้แลเห็นตัวอย่างมากมายในพระวรสารโจรที่ดีคนนี้ได้ให้ความหวังแก่พวกเราทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังจะต้องจบชีวิตของตนบนโลกนี้ซึ่งเมื่อหันกลับไปดูชีวิตที่ล่วงแล้วของตนทำให้รู้สึกว่าตนยังไม่ความดีใดๆที่จะนำไปทูลถวายแด่พระเยซูคริสตเจ้าองค์พระตุลาการสูงสุดก็ขอให้ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจอยู่ดังเช่นโจรที่ดีคนนั้นเราก็ยังมีความหวังในความรักเมตตาสงสารขององค์พระเยซูเจ้าอยู่เพียงแต่ขอให้เราได้เปิดหัวใจของเราเท่านั้นเอง

เนื่องจากในวันนี้เราทำการสมโภชพระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาลก็อยากที่จะให้เรามาพิจารณาดูพระนามที่พระศาสจักรได้มอบให้กับพระองค์ในวันสมโภชนี้แน่นอนพระนามต่างๆที่เรามอบให้กับพระเยซูเจ้าดูเหมือนว่าพระนาม“กษัตริย์” อาจจะเป็นพระนามที่ไม่สู้จะเหมาะสมเท่าใดนักเพราะเมื่อเราพูดถึงกษัตริย์เรามักจะคิดถึงบัลลังก์มงกุฎพระราชวังทรัพย์ศฤงคารอำนาจข้าราชบริพารกองทัพฯลฯ...แต่ว่าเมื่อเรามองดูพระเยซูเจ้า...เราเห็นอะไร?...แน่นอนพระองค์ไม่มีสิ่งต่างๆที่กล่าวถึงข้างบนนี้เราเห็นพระองค์เดินไปตามถนนที่ปนเปื้อนไปด้วยฝุ่นละอองพร้อมกับลูกศิษย์จำนวนน้อยนิดที่คอยติดตามและมีแต่คนยากจนคนน่าสงสารคนป่วยคนบาปและคนที่ด้อยโอกาสที่มาห้อมล้อมพระองค์ฟังพระองค์เทศน์สอน

แต่ถ้าเรามาพิจารณาดูอีกด้านหนึ่งพระนามกษัตริย์ก็เหมาะมากๆสำหรับพระองค์เพราะพระเยซูเจ้าทรงมีพระธรรมชาติพระเจ้าพระองค์ทรงเป็นเจ้านายเหนือสรรพสิ่งสิ่งต่างๆเกิดขึ้นเพราะพระองค์และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์ได้ทรงไถ่กู้มนุษยชาติด้วยพระโลหิตของพระองค์ที่ไม้กางเขนและดังนี้พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์แห่งสากลจักรวาล...เพราะพระเยซูเจ้าทรงเป็นท่อธารแห่งคุณงามความดีทั้งปวงทรงเป็นแสงสว่างและความหวังสำหรับโลกที่มืดมิดความดีของพระองค์มีผลและอิทธิพลต่อจิตใจและชีวิตของทุกคนที่เข้ามารู้จักและได้สัมผัสกับพระองค์

จากเหตุผลทั้งสองประการดังกล่าวพระองค์จึงสมควรที่จะได้รับการถวายพระนามว่ากษัตริย์” ...ปิลาตมี...อำนาจเหนือประชาชนชาวยิวด้วยกองทัพ...แต่พระเยซูเจ้ามีอิทธิพลเหนือประชาชนชาวยิวด้วยความดี...ดังนั้นให้พวกเราช่วยกันตัดสินดูซิว่าใครสมควรจะเป็นกษัตริย์มากกว่ากัน? หรือว่าเราอยากจะเลือกใครเป็นกษัตริย์มากกว่ากัน?

พระเยซูเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักรวาลแม้จะไม่มีความต้องการใช้กองทัพและรถถังสำหรับจะควบคุมความสงบสุขของบ้านเมืองดังเช่นกษัตริย์หรือผู้ปกครองของหลายๆประเทศที่เราเห็นกันอยู่ในทุกวันนี้แต่พระองค์ก็ทรงต้องการทหารหาญที่รักและจงรักภักดีต่อพระองค์ทหารหาญเหล่านี้คือบรรดาสัตบุรุษที่พร้อมจะรบและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเพื่อความจริงและเพื่อสันติภาพในสังคมโลก

ในโลกมนุษย์ปัจจุบันยังมีการสู้รบต่อสู้กันระหว่างอาณาจักรแห่งความมืดและอาณาจักรแห่งความสว่างอาณาจักรแห่งการหลอกลวงโกหกและอาณาจักรแห่งความจริงอาณาจักรแห่งความชั่วและอาณาจักรแห่งความดี...เราจะสู้รบเพื่ออะไรดี?...และเราจะเลือกอยู่ข้างไหนดี?

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์