Get Adobe Flash player

บุคลากร

องค์กรต่างๆ

ติดต่อสอบถาม

Link คาทอลิก

Who's online

We have 4 guests and no members online

2021-04-25 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา ปี B

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา ปี B

 

ยน 10:11-18…ผู้เลี้ยงแกะที่ดียอมสละชีวิตเพื่อแกะของตน...เรายังมีแกะอื่นๆซึ่งไม่อยู่ในคอกนี้...จะมีแกะเพียงฝูงเดียวและผู้เลี้ยงเพียงคนเดียว

ในบรรดาภาพลักษณ์ทั้งหลายของพระเยซูเจ้าที่เรามีอยู่ ภาพลักษณ์ที่น่ารักที่สุดภาพหนึ่ง ก็น่าจะเป็นภาพของผู้เลี้ยงแกะที่ดีและเป็นองค์พระเยซูเจ้าที่ได้ทรงใช้ภาพนี้เพื่อหมายถึงพระองค์เอง...ให้เราลองสำรวจดูตัวเราเองว่าเราได้มีความไว้เนื้อเชื่อใจและได้พยายามติดตามอย่างใกล้ชิดพระผู้เลี้ยงแกะที่ดีท่านนี้อย่างไรบ้าง?...

ข้อคิด...ภาพลักษณ์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดภาพหนึ่งสำหรับงานอภิบาล ก็คือภาพลักษณ์ของคนเลี้ยงแกะซึ่งนำฝูงแกะของตนไปในทุ่งกว้างและคอยปกป้องดูแลพวกมันให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ...ในสมัยของพระเยซูเจ้า มีฝูงแกะมากมายหลายๆฝูง แต่ละฝูงก็คงจะมีแกะเป็นร้อยเป็นพันตัว จึงต้องมีผู้เลี้ยงแกะที่มีความชำนาญและความกล้าหาญที่จะคอยดูแลพวกมัน ฝูงแกะก็คงจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในทุ่งกว้างจากเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกๆปี ส่วนในฤดูหนาว(พฤศจิกายนถึงมีนาคม) คนเลี้ยงแกะและแกะก็จะต้องใช้ชีวิตภายใต้ชายคา แต่ว่ารอบๆฝูงแกะตามหุบเขาก็เต็มไปด้วยอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสัตว์ร้ายที่คอยจะจู่โจมจับแกะกินเป็นอาหาร คนเลี้ยงแกะจึงต้องมีอาวุธติดตัวไว้บ้าง เช่นมีด ไม้ตะบอง ฯลฯ คอยป้องกันตัวและฝูงแกะของตนซึ่งเราสามารถแลเห็นได้จากตัวอย่างของชายหนุ่มดาวิดที่ได้เล่าเรื่องของตนที่จะไปต่อสู้กับยักษ์โกเลียธชาวฟิลิสเตียเพื่อให้กษัตริย์ซาอูลได้คลายความกังวลว่า

 

        “ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเคยดูแลแพะแกะของบิดา เมื่อมีสิงห์หรือหมีมาเอาลูกแกะตัวหนึ่งไปจากฝูง ข้าพระบาทก็ไล่ตามฆ่ามัน และช่วยกู้ลูกแกะนั้นมาจากปากของมัน ถ้ามันลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระบาท ข้าพระบาทก็จับหนวดเคราของมันและทุบตีมันจนตาย...พระเจ้าผู้ทรงช่วยกู้ข้าพระบาทจากขยุ้มเท้าของสิงห์และจากขยุ้มเท้าของหมี จะทรงช่วยกู้ข้าพระบาทจากมือของคนฟิลิสเตียคนนี้” (1 ซมอ 17: 34…)

 

      แน่นอนการเลี้ยงฝูงแกะในสมัยของพระเยซูเจ้านั้น เป็นอาชีพที่เต็มไปด้วยอันตราย การใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งกว้างเป็นเรื่องที่ยากลำบากซึ่งจะต้องเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆเพื่อหาทุ่งหญ้าใหม่และบ่อน้ำ บางครั้งก็จะต้องล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของคนอื่นซึ่งจะยอมหรือไม่ยอมให้ใช้สอยหรือไม่ ก็ไม่รู้ อันเป็นความกังวลของคนเลี้ยงแกะโดยทั่วๆไป

 

 

พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระผู้เลี้ยงแกะที่ดี...ภาพลักษณ์ที่เร่ร่อนไปเรื่อยๆของคนเลี้ยงแกะที่ดี แต่ก็เอาใจใส่เลี้ยงดูไม่ทอดทิ้งฝูงแกะของตนถึงขั้นที่ยอมสละชีวิตของตนเพื่อแกะเหล่านั้นนี่เป็นภาพลักษณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงใช้เกี่ยวกับตัวพระองค์เองในพระวรสารของวันนี้ เป็นการผสมผสานกันระหว่างความอ่อนโยนและความเข้มแข็ง ระหว่างความเอาใจใส่และการยอมอุทิศตนเพราะรักอันเป็นบทสรุปของการปฏิบัติของพระองค์ในฐานะที่ทรงเป็นผู้นำ มิใช่เป็นแบบผู้นำที่คอยแต่จะหนีเอาตัวรอดหรือคอยแต่ปกป้องตัวเอง แต่ว่าเป็นแบบผู้นำที่ทุ่มเททั้งกำลังใจและกายและการยอมเสียสละตนเองเพราะรัก อันคำนึงถึงชีวิตของฝูงแกะมากกว่าชีวิตของตนเอง

      คนเลี้ยงแกะที่ดีมิใช่เป็นภาพลักษณ์ของการมีอำนาจทางศาสนาซึ่งเอาแต่สร้างความพึงพอใจให้กับความสำคัญของตนเอง โดยไม่ยอมเหลียวแลดูความเจ็บปวดของผู้ที่กำลังติดตาม... ภาพลักษณ์ของคนเลี้ยงแกะไม่สามารถถูกแยกออกจากการที่เขาคนนั้นได้เอาใจใส่ต่อแกะของตนอย่างไร...ความใส่ใจของเขามิใช่ไม่มีปัญหาหรือความเจ็บปวด...ความกล้าหาญของเขามิใช่ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ...ความรักของเขามิใช่ไม่ต้องแสดงออกด้วยการกระทำและชีวิต...และเราสามารถแลเห็นความอ่อนโยนและความกล้าหาญขององค์พระเยซูเจ้าได้จากชีวิตของพระองค์เอง

 

  • พระเยซูเจ้ากล้าเผชิญหน้ากับคู่อริของพระองค์
  • พระองค์จะเดินนำหน้าผู้ติดตามพระองค์
  • พระองค์จะปกป้องคนของพระองค์เมื่อพวกเขาถูกรังแก
  • พระองค์ทนต่อการถูกโดดเดี่ยวและการถูกสบประมาท
  • พระองค์เสี่ยงที่จะถูกฆ่าเป็นบูชายัญเสียเอง
  • พระองค์ยอมมอบชีวิตของพระองค์เพื่อฝูงแกะของพระองค์

งานอภิบาลของคนเลี้ยงแกะที่ดี...ในชีวิตและในการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงแสวงหาแกะที่หายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแกะตัวที่น่าสงสารและที่เล็กที่สุด ตัวที่อ่อนแอที่สุด... เมื่อพระองค์ต้องการจะพูดถึงพระเจ้าที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยน พระองค์ก็ได้บอกกับประชาชนถึงคนเลี้ยงแกะที่ดีว่าเมื่อแกะตัวหนึ่งได้หายไป คนเลี้ยงแกะที่ก็ยอมทิ้งแกะที่เหลือทั้งหมดไว้ พลางออกไปตามหาตัวที่พลัดหลงหายไป พระองค์จะตามหาแกะที่หายไปจนกว่าจะพบ และแล้วนั้นก็จะอุ้มมันขึ้นบ่าแบกกลับบ้านเพื่อที่จะแบ่งปันความชื่นชมยินดีที่ได้พบแกะที่พลัดหลงหายไป กับเพื่อนบ้านทุกๆคน

      นี่เป็นภาพลักษณ์ของงานอภิบาลของคนเลี้ยงแกะที่ดี อันจะเป็นการค้นหาไปเรื่อยๆจนกว่าจะพบ พวกเราทุกคนต่างก็หวังว่าถ้ามีวันหนึ่งที่คนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเรา ได้พลัดหลงหายไป ก็จะมีผู้ที่คอยตามหาจนกว่าจะพบ ดังเช่นคนเลี้ยงแกะที่ดี

      คนเลี้ยงแกะที่ดีท้าทายพวกเราว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรต่อผู้ที่พลัดหลงหายไปจากหมู่คณะของเรา...”เราได้เสด็จมาเพื่อแสวงหาและช่วยผู้ที่พลัดหลงหายไป”...บางทีเราแต่ละคนอาจจะรู้ว่ามีบางคนได้พลัดหลงออกจากพระศาสนจักรหรือหมู่คณะของเราไป...แต่เขาผู้นั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อเขากลับเข้ามาแล้ว จะไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านหรือไม่ยอมรับจากบรรดาสมาชิกคนอื่นๆ...

      สิ่งที่ทำให้คนเลี้ยงแกะที่ดีแตกต่างอย่างมากจากลูกจ้าง ก็คือคนเลี้ยงแกะรักงานของตนอย่างเป็นชีวิตจิตใจ เขาให้ความสนใจกับงานและยอมอุทิศตนให้กับงานนั้นซึ่งก็มิใช่เป็นงานง่ายสำหรับทุกคน...ความรักทำให้สิ่งยาก เป็นสิ่งง่าย...และเป็นความรักนี้เองที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนงานยากต่างๆของเราให้เป็นเรื่องง่าย เพียงแต่ขอให้เราทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยรัก...รักในพระเจ้า ในพระเยซูเจ้าและรักในเพื่อนพี่น้อง

สวัสดี...พ่อวีรศักดิ์