เรื่องราวการเกิดเหตุการณ์เหนือความคาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ อุบัติเหตุที่เกิดกับขบวนรถไฟที่สีคิ้วและการก่อสร้างทางด่วนที่บริเวณมหาชัยทำให้เกิดความตระหนกและความกังวลใจในการใช้ชีวิต การเดินทางด้วยรถไฟที่ดูเหมือนว่ามีความปลอดภัยสูงมาก ขบวนรถไฟที่วิ่งอยู่บนราง ในขณะที่มีการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่อยู่ด้านบนก็มีระยะทางสั้นๆที่ตัดกัน แต่อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราเรียกว่าเสี้ยววินาทีนั้นพอดี และแม้แต่ที่ถนนพระราม 2 ก็เช่นเดียวกันหากความบกพร่องที่เกิดขึ้นกับเครนจะเกิดก่อนหรือช้าลงสัก 2-3 วินาที ก็คงไม่เกิดความสูญเสียร้ายแรงแบบนี้ เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็มักจะมีการตั้งคำถาม “ทำไมถึงมีเรื่องนี้เกิดขึ้น” ก่อนหน้านี้ก็มีเหตุความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการสู้รบ มีผู้คนที่เป็นประชาชนของทั้ง 2 ประเทศจำนวนมากมายที่ได้รับผลกระทบ เสียชีวิต ทรัพย์สิน และเวลาในการประกอบอาชีพ ทำให้เกิดความยุ่งยากและความยากลำบากของการใช้ชีวิต
เหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น รวมทั้งความเป็นไปในสังคมรอบตัวส่งผลกระทบมาถึงตัวเราทุกคน ทำให้คิดถึงคำสอนของพระเยซู “ไม่มีสิ่งที่ไม่ดีออกมาจากจิตใจที่ดี” “ชาวสวนไม่เก็บผลมะเดื่อจากกอหนาม” หรือไม่มีความดีที่ออกมาจากความไม่ดี พูดง่ายๆก็คือความไม่ดีเหล่านี้เกิดจากต้นทางที่ไม่ดี การติดตามแสวงหาความจริง หาคนรับผิดยังคงดำเนินต่อไป
วันอาทิตย์นี้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม ยังเป็นวันฉลองการกลับใจของนักบุญเปาโล และเนื่องจากตรงกับวันอาทิตย์การฉลองนี้จึงงดไป พระศาสนจักรให้มีวันฉลองนักบุญเปาโล 2 วันด้วยกัน วันแรกคือวันที่ท่านถูกตัดศีรษะ ฉลองในวันที่29 มิถุนายนพร้อมกับนักบุญเปโตร และฉลองการกลับใจของท่าน เราพอจะทราบเรื่องราวของ น.เปาโลก่อนที่พระเจ้าจะทรงเรียกท่าน ท่านเป็นชาวยิวโดยกำเนิด เคร่งครัดตามธรรมเนียมและกฎเกณฑ์แบบชาวยิว พยายามปกป้องศาสนายิวโดยกำจัดและทำลายผู้ที่ทำให้คำสอนแบบดั้งเดิมบิดเบือน เป้าหมายสำคัญก็คือบรรดาคริสตชนที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระคริสตเจ้า ท่านเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ น.สเตเฟน ถูกเอาหินทุ่มจนตาย และขณะที่ท่านกำลังเดินทางไปเมืองดามัสกัสเพื่อทำลายบรรดาคริสตชน พระเจ้าทรงเรียกท่านเกิดด้วยอุบัติเหตุระหว่างทาง บันทึกว่าท่านเห็นแสงสว่างล้อมรอบตัวเขา ทำให้ตาพร่ามัวมองไม่เห็นสิ่งใดเลย มีคนนำไปพบกับอานาเนีย ซึ่งดูแลรักษาดวงตาให้กลับมองเห็น เหตุการณ์นี้ทำให้ท่านได้พบกับพระเจ้า และตระหนักดีว่าพระเจ้าทรงเรียกท่าน ท่านได้เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างสิ้นเชิง จากการมองไม่เห็นกลับได้มองเห็นพระเยซูเจ้า ได้เรียนรู้ รู้จักและเชื่อมั่นว่าพระองค์เป็นพระเจ้า ท่านเดินทางไปตามเมืองต่างๆ เพื่อสอนผู้คนให้รู้จักพระเยซูคริสตเจ้า.
สวัสดี…พ่ออดิศักดิ์