ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ทุกปีจะเป็นวันฉลองการถวายพระกุมารที่พระวิหาร ตามธรรมเนียมของชาวยิว ซึ่งกำหนดไว้ว่า เมื่อมารดาคลอดบุตรชาย มารดาจะต้องอยู่ในสถานะการเป็นมลทิน 40 วัน หลังจากนั้นก็จะต้องทำพิธีชำระตนให้บริสุทธิ์ แม่มารีย์ได้คลอดบุตรชาย เมื่อถึงเวลาตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ พระนางได้ไปที่พระวิหารเพื่อถวายเครื่องบูชาเป็นการชำระตนเอง นอกจากการชำระตนแล้ว เธอยังได้ปฏิบัติตามกฎหมายอีกประการหนึ่ง ที่กำหนดไว้ว่า ให้ถวายบุตรชายแด่พระเจ้า จึงเรียกวันฉลองนี้ว่าเป็นการถวายพระกุมารที่พระวิหาร
ที่มาของการฉลองนี้ เริ่มจากการที่โมเสสได้บอกชาวอิสราเอลให้เตรียมลูกแกะเพื่อกินเลี้ยงปัสกา ก่อนการเดินทางอพยพออกจากอียิปต์ เลือดของลูกแกะถูกทาไว้ที่วงกบประตู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การช่วยเหลือให้รอดพ้น บ้านที่ไม่มีสัญลักษณ์เลือดที่ประตู บุตรหัวปีจะถูกฆ่า หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบรรดาชาวยิวได้เดินทางออกจากอียิปต์หลุดพ้นจากการเป็นทาส โมเสสจึงได้กำหนดให้เป็นกฎหมายสำหรับชาวยิว คือบุตรชายหัวปีเป็นของพระเจ้า ต้องถวายมอบแด่พระเจ้าและถวายเครื่องบูชา เพื่อเป็นการถ่ายชีวิตเด็กนั้นคืนมา เครื่องบูชาก็จะเป็นสัตว์ซึ่งอาจจะเป็นวัวแกะ หรือแม้แต่สำหรับคนยากจนก็อาจจะเป็นนก 1 คู่ เป็นการถวายบูชาแด่พระเจ้าและไถ่ชีวิตคืน
ในระหว่างพิธีถวายพระกุมารที่พระวิหาร สิเมโอน ผู้ซึ่งพระเจ้าได้สัญญากับเขาว่าท่านจะได้เห็นพระผู้ช่วยให้รอดพ้นก่อนที่ท่านจะตาย ท่านรอคอยอยู่ในพระวิหาร และเมื่อพระแม่มารีย์นำบุตรชายมาถวายแด่พระเจ้า สิเมโอน ได้รับการดลใจจากพระเจ้า เด็กชายคนนี้คือผู้ที่ท่านรอคอย ท่านได้เข้ามาอุ้มเด็กนั้นด้วยความยินดี ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า นอกจากสิเมโอนแล้วยังมี นางอันนา ที่ใช้ชีวิตรับใช้พระเจ้าในพระวิหาร ก็ได้มาขอบคุณพระเจ้าและต้อนรับเด็กชายคนนั้นด้วย
สิเมโอนได้สรรเสริญพระเจ้าและพูดถึงทารกน้อยนั้นว่า เด็กคนนี้จะเป็นผู้ที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับนานาชาติ เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนรู้จักพระองค์ เป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับชาว อิสราเอล เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ความหมายการเป็นแสงสว่าง จึงมีการนำเทียนมาใช้เพื่อสื่อความหมายว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นแสงสว่าง ลำดับพิธีในวันนี้ก่อนเริ่มมิสซา จะมีการเสกเทียน จุดเทียนและถือเทียนเดินหาเข้าไปในวัด สื่อความหมายว่าพระคริสต์เจ้าทรงเป็นแสงสว่างสำหรับผู้คนทั้งหลาย เป็นแสงสว่างเพื่อขับไล่ความมืดแสงสว่างสำหรับนานาชาติ
พิธีกรรมก่อนเริ่มมิสซาเตือนใจให้เราได้คิดถึงพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นแสงสว่าง จากนั้นก็จะเป็นการเดินแห่วัดโดยถือเทียนที่จุดอยู่เพื่อร่วมพิธีบูชามิสซา เทียนซึ่งหมายถึงแสงสว่างนี้ ยังเป็นการย้ำเตือนพวกเราทุกคนให้เป็นพยานด้วยการดำเนินชีวิต หลังจากตนเองได้รับแสงสว่างจากพระเจ้าแล้ว เพื่อให้พระเจ้าได้เป็นแสงสว่างให้กับคนอื่นต่อไปด้วย.
สวัสดี…พ่ออดิศักดิ์