“ท่านทั้งหลายเป็นเกลือของแผ่นดิน”
หลังจากบทเทศน์เรื่องความสุขแท้ พระเยซูเจ้าเริ่มสอนประชาชนโดยพูดกับพวกเขาโดยตรงด้วยการเรียกว่า “ท่านทั้งหลาย” ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับผู้ที่สนใจฟังพระองค์เท่านั้น ส่วนผู้ที่ไม่สนใจคำสอนของพระองค์อย่างบรรดาหัวหน้าชาวยิว ชาวฟาริสี พระองค์ไม่ได้ตรัสพระวาจานี้กับพวกเขา
“ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดิน” คำอธิบายดั้งเดิมมักเปรียบเทียบว่าเกลือมีประโยชน์ในการถนอมอาหาร เปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นสิ่งที่ยังคงกินได้แม้เวลาผ่านไปนานก็ตาม ดังนั้นเราคริสตชนต้องรักษาความเชื่อ ความดีของตนไว้เพื่อเปลี่ยนโลกของเราให้รู้จักคุณค่าถาวร
แต่ ณ ที่นี้อยากเพิ่มเติมคำแปลที่แตกต่างจากพระคัมภีร์ฉบับภาษาไทยเล็กน้อย คือ “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือของแผ่นดิน” เพราะพระเยซูเจ้ากำลังบอกประชาชนว่าผู้ที่ฟังพระองค์ทั้งหลายต่างเป็นเกลืออยู่แล้ว (มิใช่ “ท่านทั้งกลายจะกลายเป็นเกลือของแผ่นดิน”) เราคริสตชนต่างเป็นเกลือของแผ่นดิน
ธรรมชาติของเกลือ ถ้าอยู่เพียงลำพังก็ให้รสเค็มเท่านั้น และดูเหมือนไม่ได้มีประโยชน์มากมายสักเท่าไร แต่เกลือจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่ออยู่กับอาหารที่ดี เครื่องปรุงรสอื่นที่ดี ในสัดส่วนที่เหมาะสม ดังนั้น แม้ชีวิตคริสตชนเป็นเกลือที่มีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้วก็ตาม แต่หากอยู่ด้วยตนเอง อยู่คนเดียว เกลือนั้นก็เป็นเพียงเกลือ
แต่หากคริสตชนอยู่กับพระเยซูเจ้า อยู่กับเพื่อนพี่น้อง เรากำลังนำรสชาติเฉพาะตัวของเราไปผสมกับสิ่งอื่นให้ได้สัดส่วน มีรสชาติที่ดีกว่า
เกลือไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมาก เพียงแต่มีคุณภาพดีก็สามารถเปลี่ยนรสชาติอาหาร เปลี่ยนคุณภาพอาหาร ใช้ชำระล้างได้สะอาดขึ้น บ่อยครั้งทีเดียวที่เรามักถูกประจญด้วยการตัดสินคุณภาพด้วยปริมาณมากกว่าคุณภาพ
เราเป็นเกลือที่มีคุณภาพเพียงใด เราช่วยเปลี่ยนสังคมของเราด้วยการมีชีวิตกับเพื่อนพี่น้อง เป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้อง ร่วมมือกับเพื่อนพี่น้องจนสามารถเปลี่ยนโลกได้ไหม?.
…ลาซารัส…