“ท่านได้ยินคำกล่าวว่า… แต่เรากล่าวแก่ท่านว่า…”
พระเยซูเจ้าสอนบรรดาศิษย์ด้วยประโยครูปแบบนี้ 6 ครั้งติดต่อกัน (ข้อ 21, 27, 31, 33, 38, 43) เพื่อแสดงให้เห็นว่า “เรามิได้มาเพื่อลบล้าง (ธรรมบัญญัติ) แต่มาเพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์” (มธ 5:17)
สิ่งที่พระเยซูเจ้าสอนไม่ได้ลบล้างกฎระเบียบหรือประเพณีโบราณที่เคยถือกันมา หากแต่พระองค์ให้ความหมายที่สูงขึ้น เพิ่มคุณค่าและเหตุผลของการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งเราเห็นจริงๆ ว่าพระองค์มิได้ลบล้าง แต่เพื่อทำให้สมบูรณ์
เมื่อเราฟังคำสอนของพระเยซูเจ้าวันนี้แล้ว ดูเหมือนว่าเรามีทางเลือกสองทาง นั้นคือ การยกมาตรฐานให้สูงขึ้นกว่าในอดีต หรือยอมแพ้ ไม่ไปต่อกับมาตรฐานใหม่ของพระเยซูเจ้านี้ (ซึ่งจริงๆ มาตรฐานใหม่ของพระองค์เริ่มแล้วตั้งแต่เมื่อพระองค์สอนเรื่องความสุขแท้)
พระองค์ไม่ได้สอนให้แค่ไม่ทำร้ายชีวิต แต่สอนไปถึงสาเหตุของการทำร้ายกันด้วยความโกรธแค้น หรือคำสบประมาทในชีวิตประจำวันอย่าง “โง่” หรือ “โง่ดักดาน” ทั้งนี้เพราะพระองค์รู้ว่าสาเหตุของการทำร้ายกันนั้นมาจากอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงอย่างความโกรธแค้น
พระองค์ยังขอให้เรากล้าที่จะ “ขอโทษ” ก่อนแม้ไม่ใช่ฝ่ายผิด “ถ้าระลึกได้ว่าพี่น้องของท่านมีข้อบาดหมางกับท่านแล้ว จงวางเครื่องบูชาไว้หน้าพระแท่น กลับไปคืนดีกับพี่น้องเสียก่อน” พระองค์สอนให้เราเริ่มต้นการคืนดีเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาต่างๆ นานาตามมาภายหลัง แม้การถวายเครื่องบูชาเป็นหน้าที่สำคัญ แต่พระองค์บอกให้ “วางเครื่องบูชาไว้” เพราะมีสิ่งที่สำคัญกว่านั่นคือการดำเนินชีวิตอย่างสันติกับเพื่อนพี่น้อง
พระองค์เตือนแม้กระทั่งสาเหตุการทำผิดประเวณีที่ไม่ได้ผิดแค่เมื่อกระทำเท่านั้น แต่ “แค่คิดก็ผิดแล้ว” เหตุผลเดียวกับกับเรื่องการทำร้ายชีวิตคือ ถ้าสามารถควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิดได้ ก็สามารถควบคุมการกระทำของตนเองได้เช่นกัน
เรามีทางเลือกว่าเราจะเลือกมาตรฐานของพระเยซูเจ้า หรือเราจะละทิ้งมาตรฐานของพระองค์ แต่บทอ่านที่หนึ่งเตือนเราว่า “พระองค์ทรงวางน้ำกับไฟไว้ต่อหน้าท่าน ท่านต้องการสิ่งใดก็จงยื่นมือหยิบด้วยตนเอง” (บสร 15:16)
อยู่ที่เราแล้วว่าเราจะเลือกมาตรฐานของพระเยซูเจ้าเพื่อไปสู่ความสุขแท้ หรือจะเลือกเส้นทางตรงกันข้าม.
…ลาซารัส…