“จงกลับใจเถิด เพราะอาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว”
พันธกิจของพระเยซูเจ้าเริ่มขึ้นหลังจากที่พระองค์ถูกประจญในถิ่นทุรกันดาร (มธ 4:1-11) มัทธิวเล่าว่าพระองค์เสด็จไปยังแคว้นกาลิลีและเริ่มภารกิจของพระองค์ที่นี่ อัศจรรย์แรกของพระองค์คือที่หมู่บ้านคานา แคว้นกาลิลี (ยน 2:1-11) บทเทศน์แรกของพระองค์ก็เกิดขึ้น ณ กาลิลีนี้ด้วย
น่าสังเกตว่าคำประกาศเทศนาของพระเยซูเจ้าเริ่มขึ้นว่า “จงกลับใจเถิด เพราะอาณาจักรสวรรค์อยู่ใกล้แล้ว” ซึ่งเป็นคำเดียวกันกับที่ยอห์นเทศน์สอน (เทียบ มธ 3:2)
การกลับใจ หมายถึงการเปลี่ยนวิถีชีวิต ซึ่งคนหนึ่งจะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อรู้สึกไม่พอใจกับสภาพที่ตนเองเป็นอยู่ หรือไม่ก็จะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อรู้ว่ามีเป้าหมายที่ดีกว่าและจำเป็นต้องเปลี่ยนสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายใหม่นั้น
ซึ่งเป้าหมายใหม่ที่พระเยซูเจ้าเสนอคือ “พระอาณาจักรสวรรค์” เงื่อนไขเดียวที่เราจะได้สวรรค์คือการทุ่มเทชีวิต ทุ่มเททุกสรรพกำลังเพื่อให้ได้สิ่งนี้มา ซึ่งคำเทศน์สอนของพระองค์ทั้งหมดก็เพื่อให้ผู้ฟังบรรลุสู่พระอาณาจักรสวรรค์
สิ่งที่สะท้อนถึงการกลับใจนี้คือเหตุการณ์เรียกศิษย์กลุ่มแรกทั้งสี่คน พวกเขาเป็นชาวประมงหาปลา แต่พระเยซูเจ้าเรียกพวกเขาให้เป็น “ชาวประมงหามนุษย์” (มธ 4:19)
ทำไมการเรียกนี้ถึงสะท้อนการกลับใจ? ประการแรก การตอบสนองเสียงเรียกของพระเจ้านั้นเริ่มต้นจากการกลับใจเสมอ เพราะการตอบเสียงเรียกของพระเจ้าคือการฟังเสียงของพระองค์มากกว่าฟังเสียงของตนเอง คือการเดินตามพระเยซูเจ้า ไม่ใช่การเดินนำหน้าพระองค์หรือบังคับให้พระองค์ทำตามเรา
กระแสเรียกยังเป็นการกลับใจตรงที่เราเลือกจะทำตามเป้าหมายของพระเจ้ามากกว่าทำตามเป้าหมายของเราเอง เดินตามทางของพระเจ้ามากกว่าเดินตามทางของตนเอง ซึ่งอาศัยการติดตามพระองค์นี้เอง เราจะได้เห็นพระเยซูเจ้า เรียนรู้จากพระเยซูเจ้า เราจะค่อยๆ เปลี่ยนวิธีคิด วิธีพูด วิธีแสดงออกออกเราให้เป็นเหมือนพระเยซูเจ้า
อย่างไรก็ดี การกลับใจมิได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หากแต่เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป เราจึงจำเป็นต้องฟังเสียงของพระทุกวัน เดินตามพระทุกวัน ค่อยๆ เรียนรู้ว่าเราจะคิดเหมือนพระเยซูเจ้าอย่างไร พูดเหมือนพระเยซูเจ้าอย่างไร ทำเหมือนพระเยซูเจ้าอย่างไร
และอาศัยการกลับใจ หรือการเดินตามพระองค์นี้เอง เป้าหมายของเราจะเปลี่ยนไปจากเพื่อตัวเอง เป็นการเดินไปสู่พระอาณาจักรสวรรค์.
…ลาซารัส…