“จงฟังท่านเถิด”
สัปดาห์ที่สองของเทศกาลมหาพรตทุกปีเปรียบได้กับ “จุดเช็คอิน” ของช่วงเวลา 40 วัน เราจะได้ยินเรื่องราวการประจักษ์พระวรกายของพระเยซูเจ้าเสมอในทุกๆ ปี แม้จะต่างกันไปตามสำนวนของพระวรสารแต่ละเล่ม
เรื่องการประจักษ์พระวรกายของพระเยซูเจ้าในพระวรสารของนักบุญมัทธิวเกิดขึ้นหลังการที่พระองค์ทำนายถึงพระทรมานและการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ครั้งแรกในบทที่ 16 การพาบรรดาศิษย์ขึ้นบนภูเขาจึงเป็นการ “ปรับจูนทิศทาง” ของบรรดาศิษย์และของเราคริสตชนให้ตรงกัน นั่นคือการก้าวเดินไปพร้อมกับพระองค์สู่หนทางแห่งพระทรมานและการกลับคืนพระชนมชีพ
พระวรสารเริ่มต้นที่พระเยซูเจ้าพาศิษย์สามคนขึ้นไปบนเขา คือสถานที่ที่พระเจ้าทรงเปิดเผยความจริง เช่นเดียวกับ “บทเทศน์บนภูเขา” ที่เราได้ฟังในช่วงเริ่มเทศกาลธรรมดา บนยอดเขาแห่งนี้ โมเสส (สัญลักษณ์แห่งธรรมบัญญัติ) และ เอลียาห์ (สัญลักษณ์แห่งประกาศก) ปรากฏมาสนทนากับพระเยซูเจ้า ยืนยันว่าพระองค์คือผู้เติมเต็มทุกคำสัญญาในพันธสัญญาเดิมให้สมบูรณ์
ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ ความตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นพระสิริของพระเยซูเจ้า เปโตรพยายามจะหน่วงเหนี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ด้วยการขอสร้างที่พำนัก (เพิงสามหลัง) แต่ในขณะที่เขากำลังพูด มีเสียงจากเมฆดังขึ้นว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา… จงฟังท่านเถิด” (มธ 17:5) เสียงนี้เตือนใจเราว่า ในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เปโตร (หรือเรา) จะเป็นฝ่ายพูดตามใจตนเอง แต่เป็นเวลาที่ต้อง “ฟัง” พระเยซูเจ้า เช่นเดียวกับเสียงที่เคยบอกเราทุกคนเมื่อครั้งพระองค์ทรงรับพิธีล้าง
มหาพรตเป็นช่วงเวลาที่เราต้องฟังพระเจ้าให้มากขึ้น เป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องขึ้นเขาไปกับพระเจ้า แน่นอนว่าบางครั้งเราอาจเป็นเหมือนเปโตรที่เอาแต่ใจตัวเอง อยากอยู่อย่างมีความสุขบนภูเขาที่พระเยซูเจ้าประจักษ์พระกายนี้ แต่อันที่จริงแล้ว ภูเขานี้ไม่ใช่ที่ของพระองค์ พระองค์เตือนให้เรามองความจริงที่ไกลกว่านั้น
ภูเขาแห่งการประจักษ์พระวรกายไม่ใช่จุดหมายสุดท้าย แต่เป็นพลังให้เราเดินต่อไปสู่ภูเขาที่ชื่อว่า “กัลวารีโอ” ที่นั่นคือที่พำนักที่แท้จริงของพระองค์ ไม่ใช่ในเพิงพักที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่เป็นกางเขนที่พระองค์ทรงมอบชีวิตเพื่อเรา.
…ลาซารัส…