พระจิตเจ้าในชีวิตคริสตชน
สวัสดีครับพี่น้องคริสตชนที่รักทุกท่าน สัปดาห์นี้เราสมโภชพระจิตเจ้า พ่อจึงอยากจะพูดถึงความสำคัญของพระจิตเจ้าในชีวิตคริสตชนของเรา พี่น้องครับท่านนักบุญเปาโลกล่าวว่า “หากพระจิตเจ้าไม่ทรงดลใจก็ไม่มีผู้ใดพูดได้ว่า พระเยซูคือองค์พระผู้เป็นเจ้า” (1คร12:3) ดังนั้น เมื่อเราบอกว่าเราเชื่อในพระเยซูเจ้า นั่นคือเครื่องหมายแห่งการทำงานของพระจิตเจ้าในตัวเรา พระจิตเจ้าได้ประทานพระพรหลายอย่างให้กับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระพรแห่งการทำให้เป็นหนึ่งเดียวกัน “เดชะพระจิตเจ้าองค์เดียว เราทุกคนจึงได้รับการล้างมารวมเป็นร่ายกายเดียวกัน” (1คร12:13) พระจิตเจ้าทรงทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าและเพื่อนพี่น้อง
พระจิตเจ้ามีบทบาทหลายอย่างในชีวิตคริสตชน
1) ในฐานะผู้ดำรงอยู่ในตัวเรา ทรงทำให้เราเป็นวิหารที่มีชีวิตของพระองค์ (1 คร 3:16), 2) ในฐานะผู้ทำให้เข้มแข็ง ทรงทำให้เราสามารถต่อสู้เอาชนะการประจญในการเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้าในชีวิต, 3) ในฐานะผู้ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ทรงบันดาลให้เราศักดิ์สิทธิ์ผ่านทางศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ, 4) ในฐานะผู้สอนและนำทาง ทรงทำให้เราเข้าใจถึงคำสอนของพระเยซูเจ้า, 5) ในฐานะผู้ฟังและตรัสสอน ทรงฟังคำภาวนาของเราและตรัสกับเราผ่านทางพระคัมภีร์ 6) ในฐานะผู้ประทานพระพร ทรงประทานพระคุณต่างๆ และบันดาลให้เราเกิดผล
ทุกวันนี้พระจิตเจ้ายังทรงทำงานในตัวเราและพระศาสนจักร ทรงทำให้พระศาสนจักรเติบโตแผ่ขยายไปทั่วโลกและเป็นปึกแผ่นมั่นคง นี่คือผลงานของพระจิตเจ้าซึ่งถือเป็นอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ พระศาสนจักรเริ่มต้นจากศิษย์เพียงหยิบมือเดียว ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ได้มีการศึกษาอะไรมาก หากนี่มิใช่ผลงานของพระจิตเจ้า ทุกอย่างคงจบสิ้นตั้งแต่วันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จขึ้นสูสวรรค์ไปแล้ว แต่นี่คืองานของพระจิตเจ้าจึงไม่มีใครหยุดยั้งได้ จุดที่มีการเบียดเบียนศาสนารุนแรงอย่างกรุงโรม ได้กลายเป็นศูนย์กลางของพระศาสนจักร
ดังนั้น พระจิตเจ้าที่เราสมโภชและบทอ่านในวันนี้ ได้ให้บทเรียนและสอนเราดังนี้
ประการแรก เราต้องให้พระจิตเจ้านำทางชีวิตเรา
เราได้รับพระจิตเจ้าแล้วตั้งแต่วันที่เราได้รับศีลล้างบาปและศีลกำลัง: 1) เราต้องตระหนักถึงการประทับอยู่ของพระจิตเจ้าในตัวเรา, 2) ให้พระจิตเจ้าบันดาลความเข้มแข็งในการเอาชนะการประจญ, 3) แสวงหาความช่วยเหลือของพระจิตเจ้าในความคิด วาจาและการกระทำ และ 4) ฟังเสียงของพระจิตเจ้าที่ตรัสกับเราผ่านทางพระคัมภีร์และคำแนะนำที่ดีต่างๆ
ประการที่สอง เราต้องดำเนินชีวิตในการให้อภัย
พระเยซูเจ้าทรงเป่าลมเหนือบรรดาอัครสาวกและประทานอำนาจในการอภัยบาป ดังนั้น เราควรมีท่าทีแห่งการให้อภัยในการปฏิบัติต่อผู้อื่น เราถูกท้าทายให้แสดงออกต่อกันด้วยความรัก ความอดทน ความใจกว้างและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การเรียนรู้ที่จะให้อภัยเป็นสิ่งที่เราต้องทำตลอดชีวิต เพื่อเราจะสามารถเป็นตัวแทนของพระจิตเจ้าผู้ให้อภัยบาป
ประการที่สาม เราต้องดำเนินชีวิตในพระพรของพระจิต
ผู้บันดาลให้เราร้อนรนด้วยไฟแห่งความรักของพระเจ้า พร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อพระศาสนจักร พร้อมที่จะสร้างสันติสุขเพื่อขจัดความขัดแย้งให้หมดสิ้นไป พร้อมที่จะนำความสุขของพระเจ้าไปสู่ผู้ยากจนและถูกทอดทิ้ง และพร้อมที่จะใช้พระพรต่างๆ ที่เราได้รับเพื่อประโยชน์ของเพื่อนพี่น้อง “พระพรพิเศษมีหลายประการ แต่มีพระจิตเจ้าองค์เดียว” (1 คร 12:4)
พี่น้องที่รักครับ วันนี้เราฉลองการถือกำเนิดของพระศาสนจักร พระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า ในพระกายทิพย์นี้เราได้รับการล้างและการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ผ่านทางศีลล้างบาปและศีลกำลังเราได้รับพระจิตเจ้าเหมือนดังที่บรรดาอัครสาวกได้รับในวันเปนเตกอสเต และเช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวก เราได้รับมอบพันธกิจให้สานต่องานของพระเยซูเจ้าในการทำให้อาณาจักรของพระเจ้าเกิดขึ้นในโลก นี่คือ พันธกิจและการเรียกที่เราเฉลิมฉลองในวันนี้
พระวรสารวันนี้บอกเราว่า สันติสุขแท้คือการให้อภัย คืนดีกับพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง ดังนั้น เราจึงต้องดำเนินชีวิตในความรักต่อกันและให้อภัยความผิดของกันและกันด้วยใจกว้าง ไม่คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกหรือดีกว่าคนอื่น เมื่อนั้นสันติสุขที่แท้จะบังเกิดขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อพระจิตเจ้าคือบ่อเกิดแห่งความเป็นหนึ่งเดียว เราจึงต้องสร้างสรรค์ความเป็นหนึ่งเดียวให้เกิดขึ้น โดยเริ่มจากในครอบครัวของเรา ก่อนจะขยายไปสู่สังคมรอบข้าง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นหนึ่งเดียวแท้จริงกับพระเจ้า อันเป็นเป้าหมายสุดท้ายของเราแต่ละคน
ขอพระเจ้าอำนวยพร
คุณพ่อน้องเล็ก