• หน้าแรก
  • เกี่ยวกับอาสนวิหาร
    • ประวัติอาสนวิหารอัสสัมชัญ
    • สถาปัตยกรรม
    • บรรณฐาน
    • ภาษาลาตินในวัด
    • กระจกสี / stained-glass
    • รูปนักบุญ / saint sculpture
  • บริการต่างๆ
    • ล้างบาปทารก / Baptisms
    • การถ่ายภาพ / Take pictures
    • แต่งงาน / wedding
  • ติดต่อสอบถาม/Contact us
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับอาสนวิหาร
    • ประวัติอาสนวิหารอัสสัมชัญ
    • สถาปัตยกรรม
    • บรรณฐาน
    • ภาษาลาตินในวัด
    • กระจกสี / stained-glass
    • รูปนักบุญ / saint sculpture
  • บริการต่างๆ
    • ล้างบาปทารก / Baptisms
    • การถ่ายภาพ / Take pictures
    • แต่งงาน / wedding
  • ติดต่อสอบถาม/Contact us

Author: assump

2018-05-20 ข้อคิดสมโภชพระจิตเจ้า ปี B

ข้อคิดสมโภชพระจิตเจ้า ปีB กจ2: 1-11…”สันติสุขจงสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิดพระบิดาทรงส่งเรามาฉันใดเราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”ตรัสดังนี้แล้วพระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลายตรัสว่า“จงรับพระจิตเจ้าเถิดท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใดบาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัยท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใดบาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”… ในวันสมโภชพระจิตเจ้าเราได้แลเห็นหมู่คณะใหม่คณะหนึ่งได้เกิดขึ้นคือพระศาสนจักร…เป็นวันที่บรรดาอัครสาวกได้ออกจากห้องชั้นบนที่ซึ่งพวกเขาได้ซ่อนตัวอยู่เพราะกลัวพวกยิวพวกเขาได้ออกจากห้องไปอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใดออกไปประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า…เพราะในวันนี้เป็นวันที่พระเยซูเจ้าพระผู้ทรงซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบรรดาอัครสาวกโดยได้ทรงส่งพระจิตเจ้ามายังพวกเขา… ข้อคิด…การเสด็จมาขององค์พระจิตเจ้าได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในตัวพวกอัครสาวกทั้งได้เห็นการเปิดตัวของพระศาสนจักรใหม่ของพระเยซูเจ้าด้วย วันสมโภชพระจิตเจ้าในวันนี้จะต้องเป็นการรื้อฟื้นพระพรขององค์พระจิตเจ้าในบรรดาสัตบุรษแต่ละคนและในพระศาสนจักรโดยส่วนรวมด้วยพระพรของพระจิตเจ็ดประการมีพระดำริสติปัญญาความคิดอ่านพละกำลังความรู้ความศรัทธาและความยำเกรงพระเจ้า…พระดำริสติปัญญาและความคิดอ่านจะช่วยนำทางจิตใจของเราและช่วยเหลือมโนธรรมของเราในการแยกแยะว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด…พละกำลังจะช่วยเราให้กระทำสิ่งที่ถูกต้องแม้สิ่งนั้นจะยากลำบากหรือไม่เป็นที่ชื่นชอบ…ความยำเกรงพระเจ้าจะทำให้เรายำเกรงพระเจ้าอย่างแท้จริง นักบุญเปาโลกล่าวถึงผลของพระจิตว่า”ผลของพระจิตเจ้าคือความรักความชื่นชมความสงบความอดทนความเมตตาความใจดีความซื่อสัตย์ความอ่อนโยนและการรู้จักควบคุมตนเองสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งงดงามและทำให้ชีวิตมีความชื่นชมยินดี“ (กท5: 22) […]

อ่านต่อ

2018-05-13 ข้อคิดพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ ปี B

ข้อคิดพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ ปีB มก16: 15-20…ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง…พระเจ้าทรงรับพระเยซูเจ้าขึ้นสู่สวรรค์และให้ประทับณเบี้องขวา… วันนี้เราทำการสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์  มิใช่เป็นวันที่เราจะต้องมาเป็นทุกข์เสียใจเพราะการจากไปของพระองค์แต่ควรจะต้องเป็นวันที่เราคริสตชนทุกคนต้องชื่นชมยินดีกันอย่างถ้วนหน้าเป็นวันที่เราจะต้องทำการรื้อฟื้นความหวังของเราในเป้าหมายที่เรากำลังมุ่งไปสู่คืออาณาจักรสวรรค์ที่องค์พระเยซูเจ้าพระผู้ทรงเป็นศีรษะได้ทรงล่วงหน้าเราไปก่อน… ข้อคิด…การเสด็จกลับคืนพระชนมชีพและการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้าและการส่งพระจิตมายังบรรดาอัครสาวกเป็นองค์ประกอบของธรรมล้ำลึกปัสกาอันเดียวกันซึ่งอยู่นอกเหนือกาลเวลาของโลกเรามนุษย์คือพระเยซูเจ้าทรงออกจากพระคูหากลับไปหาพระบิดาเจ้าและประทานพระจิตมายังบรรดาศิษย์ของพระองค์  อย่างไรก็ตามจากทัศนะของบรรดาศิษย์รุ่นแรกๆของพระเยซูเจ้าซึ่งได้ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ต่างก็เชื่อกันว่าพฤติกรรมทั้ง3 อย่างที่ว่านั้นได้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่แตกต่างกันออกไป…คือศิษย์ของพระเยซูเจ้าได้พบพระคูหาว่างเปล่าตอนเช้าตรู่ของวันอาทิตย์และต่อมาในวันเดียวกันนั้นเองพระผู้ได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพได้ทรงประจักษ์ให้พวกเขาได้แลเห็น(ยน20: 1-25)…และทรงอยู่กับพวกเขาอีก40 […]

อ่านต่อ

2018-05-06 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 6 เทศกาลปัสกา ปี B

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 6เทศกาลปัสกาปีB         ยน15: 9-17…นี่คือบทบัญญัติของเราให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนที่เรารักท่านไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่าการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย…         พระวรสารของวันนี้เตือนใจเราให้รำลึกถึงพระบัญญัติซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าได้ทรงมอบไว้ให้กับบรรดาศิษย์ของพระองค์“ให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนดังที่เรารักท่าน”…เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทรงรักเราก่อนและขณะที่เรากำลังรำลึกถึงความรักที่พระเจ้าได้ทรงมีต่อเราในองค์พระคริสตเจ้านั้นก็ขอให้เราได้มีจิตสำนึกที่จะตอบสนองความรักนั้นด้วยการรักกันและกัน…   […]

อ่านต่อ

2018-04-28 เถาองุ่นที่ให้ชีวิต

สวัสดีครับพี่น้องที่รักพบกันอีกครั้งในคอลัมน์“คิดสักนิด..สะกิดใจ” ในอาทิตย์แห่งความชื่นชมยินดีสำหรับพระศาสนจักรประเทศไทยโดยเฉพาะในสังฆมณฑลของเราที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงแต่งตั้งให้คุณพ่อยอแซฟวุฒิเลิศแห่ล้อมอุปสังฆราชของสังฆมณฑลกรุงเทพฯของเราให้เป็นพระสังฆราชคนแรกแห่งสังฆมณฑลใหม่คือสังฆมณฑลเชียงรายเมื่อวันที่25 เมษายน2018 ที่ผ่านมาและในเวลาเดียวกันเราก็ยังมีอุปสังฆราชคนใหม่ด้วยเช่นกันคือคุณพ่อสมเกียรติตรีนิกรดังนั้นขอพี่น้องช่วยกันภาวนาเพื่องานอภิบาลของพระศาสนจักรและหน้าที่ใหม่ของพระคุณเจ้าและอุปสังฆราช2 ท่านนี้ด้วยนะครับ อาทิตย์ที่แล้วเราได้ยินพระองค์ทรงบอกกับเราว่า“พระองค์เป็นนายชุมพาบาลที่ดี”แต่ในอาทิตย์นี้พระองค์ทรงบอกกับเราว่า“พระองค์ทรงเป็นเถาองุ่นที่ให้ชีวิต” และ“พวกเราแต่ละคนเป็นกิ่งก้านที่ต้องยึดติดกับเถาองุ่น” เพื่อต้องการจะเตือนเราว่าชีวิตของเรามนุษย์นั้นต้องเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าผู้ทรงชีวิตและติดต่อสัมพันธ์กับพระองค์อยู่ตลอดเวลาเพราะหากชีวิตของเราไม่ติดต่อและสัมพันธ์กับพระองค์ก็จะเป็นเสมือนกิ่งองุ่นที่ไม่ยึดติดอยู่กับลำต้นซึ่งจะทำให้กิ่งองุ่นนั้นเหี่ยวเฉาและตายไปโดยกิ่งองุ่นใดที่ไม่เกิดผลนั้นก็จะต้องถูกตัดทิ้งไว้ในกองไฟดังนั้นเพื่อให้เราชีวิตหรือกิ่งก้านของเรานั้นบังเกิดผลสิ่งที่เราควรกระทำ… ประการแรกคือการทำให้ดินให้สะอาดและหยั่งรากลึกในเถาองุ่นโดยอาศัยการภาวนาการรับฟังพระวาจาของพระเจ้าการหมั่นไปรับศีลมหาสนิทและศีลอภัยบาปเพื่อให้พระเจ้าสามารถทำงานในตัวเราอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อย่างแท้จริง ประการที่สองคือการลิดกิ่งที่ไม่เกิดผลเพื่อให้กิ่งนั้นเติบโตและเกิดผลซึ่งหมายถึงการตัดสละน้ำใจของเราลดความเห็นแก่ตัวความอิจฉาริษยาการคดโกงความเกลียดชังใจร้ายใจคับแคบและความเหยิ่งหยิ่งจองหองออกไปจากตัวเรารวมทั้งเราจะต้องรู้จักฝึกฝนบังคับตนเองไม่ให้โน้มเอียงต่างๆไม่ว่าจะเป็นการพนันยาเสพติดความลุ่มหลงทางเพศฯลฯซึ่งอาจทำให้ผิดหลงได้ […]

อ่านต่อ

2018-04-28 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 5 เทศกาลปัสกา ปี B

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 5เทศกาลปัสกาปีB         ยน15: 1-8…กิ่งองุ่นเกิดผลด้วยตนเองไม่ได้ถ้าไม่ติดอยู่กับเถาองุ่นฉันใดท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลไม่ได้ถ้าไม่ดำรงอยู่ในเราฉันนั้นเราเป็นเถาองุ่นท่านทั้งหลายเป็นกิ่งก้านผู้ที่ดำรงอยู่ในเราและเราดำรงอยู่ในเขาก็ย่อมเกิดผลมาก…          คริสตชนจะต้องไม่ถูกโดดเดี่ยวเพราะคริสตชนทุกคนถูกผูกติดไว้กับพระคริสตเจ้าและกับคริสตชนคนอื่นๆทั้งหลายดังที่พระองค์บอกกับพวกเราในพระวรสารวันนี้ว่า“เราเป็นเถาองุ่นท่านทั้งหลายเป็นกิ่งก้าน”…บ่อยๆครั้งเราทำเป็นไม่รู้จักเพื่อนพี่น้องของเราและชอบทำร้ายทำลายคนอื่นแต่ว่าในขณะเดียวกันเราก็มักจะชอบใช้ชีวิตเพียงเพื่อตัวเราเองอย่างเดียวโดยไม่สนใจคนอื่นที่ใช้ชีวิตอยู่กับเรา…ให้เราขออภัยโทษจากพระองค์… […]

อ่านต่อ

2018-04-22 นายชุมพาบาลที่ดี

          สวัสดีครับพี่น้องที่รักอาทิตย์นี้เราอยู่ในอาทิตย์ที่4 ของเทศกาลปัสกาซึ่งในทุกๆปีพระศาสนจักรจะทำการฉลอง“พระเยซูเจ้าผู้เลี้ยงแกะที่ดีหรือนายชุมพาบาลที่ดี” ซึ่งแน่นอนที่สุดผู้เลี้ยงแกะที่ดีของเราคริสตชนก็คือองค์พระเยซูเจ้าเองพระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงหรือนายชุมพาบาลที่ดีจนยอมตายเพื่อฝูงแกะมากมาย           ในหนังสือพันธสัญญาเดิมได้ให้ภาพพจน์ของ“นายชุมพา”หรือ“ผู้เลี้ยงแกะ” […]

อ่านต่อ

2018-04-22 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา ปี B

ข้อคิดอาทิตย์ที่4เทศกาลปัสกาปีB ยน10: 11-18…ผู้เลี้ยงแกะที่ดียอมสละชีวิตเพื่อแกะของตน…เรายังมีแกะอื่นๆซึ่งไม่อยู่ในคอกนี้…จะมีแกะเพียงฝูงเดียวและผู้เลี้ยงเพียงคนเดียว ในบรรดาภาพลักษณ์ทั้งหลายของพระเยซูเจ้าที่เรามีอยู่ภาพลักษณ์ที่น่ารักที่สุดภาพหนึ่งก็น่าจะเป็นภาพของ“ผู้เลี้ยงแกะที่ดี” และเป็นองค์พระเยซูเจ้าที่ได้ทรงใช้ภาพนี้เพื่อหมายถึงพระองค์เอง…ให้เราลองสำรวจดูตัวเราเองว่าเราได้มีความไว้เนื้อเชื่อใจและได้พยายามติดตามอย่างใกล้ชิดพระผู้เลี้ยงแกะที่ดีท่านนี้อย่างไรบ้าง?… ข้อคิด…ภาพลักษณ์ที่นิยมใช้กันมากที่สุดภาพหนึ่งสำหรับงานอภิบาลก็คือภาพลักษณ์ของคนเลี้ยงแกะซึ่งนำฝูงแกะของตนไปในทุ่งกว้างและคอยปกป้องดูแลพวกมันให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ…ในสมัยของพระเยซูเจ้ามีฝูงแกะมากมายหลายๆฝูงแต่ละฝูงก็คงจะมีแกะเป็นร้อยเป็นพันตัวจึงต้องมีผู้เลี้ยงแกะที่มีความชำนาญและความกล้าหาญที่จะคอยดูแลพวกมันฝูงแกะก็คงจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในทุ่งกว้างจากเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกๆปีส่วนในฤดูหนาว(พฤศจิกายนถึงมีนาคม) คนเลี้ยงแกะและแกะก็จะต้องใช้ชีวิตภายใต้ชายคาแต่ว่ารอบๆฝูงแกะตามหุบเขาก็เต็มไปด้วยอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสัตว์ร้ายที่คอยจะจู่โจมจับแกะกินเป็นอาหารคนเลี้ยงแกะจึงต้องมีอาวุธติดตัวไว้บ้างเช่นมีดไม้ตะบองฯลฯคอยป้องกันตัวและฝูงแกะของตนซึ่งเราสามารถแลเห็นได้จากตัวอย่างของชายหนุ่มดาวิดที่ได้เล่าเรื่องของตนที่จะไปต่อสู้กับยักษ์โกเลียธชาวฟิลิสเตียเพื่อให้กษัตริย์ซาอูลได้คลายความกังวลว่า “ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเคยดูแลแพะแกะของบิดาเมื่อมีสิงห์หรือหมีมาเอาลูกแกะตัวหนึ่งไปจากฝูงข้าพระบาทก็ไล่ตามฆ่ามันและช่วยกู้ลูกแกะนั้นมาจากปากของมันถ้ามันลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระบาทข้าพระบาทก็จับหนวดเคราของมันและทุบตีมันจนตาย…พระเจ้าผู้ทรงช่วยกู้ข้าพระบาทจากขยุ้มเท้าของสิงห์และจากขยุ้มเท้าของหมีจะทรงช่วยกู้ข้าพระบาทจากมือของคนฟิลิสเตียคนนี้” (1 ซมอ17: […]

อ่านต่อ

2018-04-15 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 3 เทศกาลปัสกา ปี B

ข้อคิดอาทิตย์ที่3เทศกาลปัสกาปีB ลก24: 35-48…ท่านวุ่นวายใจทำไมเพราะเหตุใดท่านจึงมีความสงสัยในใจจงดูมือและเท้าของเราซิเป็นเราเองจริง…พระคริสตเจ้าจะต้องรับทนทรมานและจะกลับคืนชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม… ในพระวรสารเราจะพบว่าบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้ากำลังสนทนากันอยู่ถึงเรื่องของพระองค์พวกเขาที่ได้รับบาดแผลหัวใจแต่พระเยซูเจ้าได้ทรงปรากฎองค์ให้พวกเขาได้แลเห็นและได้ทรงประทานสันติสุขของพระองค์ให้กับพวกเขาพลางได้มอบพันธกิจให้กับพวกเขาเพื่อเป็นการสานต่อพันธกิจของพระองค์ ข้อคิด…ในบทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือกิจการอัครสาวก(กจ3: 13-15. 17-19) นักบุญเปโตรได้แสดงความกล้าหาญอย่างยิ่งใหญ่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับประชาชนที่ได้มีส่วนร่วมต่อการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าอย่างไรก็ตามท่านก็ได้แก้ตัวให้กับพวกเขาพลางบอกว่าที่พวกเขาได้ทำลงไปนั้นก็เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วยประการฉะนี้ท่านจึงได้ให้แรงบันดาลใจแก่พวกเขาด้วยคำอธิษฐานขององค์พระเยซูเจ้าขณะที่กำลังจะสิ้นพระชนม์ว่า“ข้าแต่พระบิดาเจ้าโปรดยกโทษให้พวกเขาพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรลงไป” ท่านได้เร่งรัดให้ประชาชนทำการกลับใจใช้โทษบาปพลางให้คำมั่นสัญญากับพวกเขาว่าถ้าหากพวกเขาทำเช่นนั้นบาปของพวกเขาก็จะได้รับการอภัย ส่วนในพระวรสารความสนใจอันดับแรกของนักบุญลูกาก็คือต้องการแสดงให้เห็นว่าพระเยซูพระผู้ได้ทรงเสด็จกลับคืนพระชนมชีพทรงเป็นบุคคลเดียวกันกับที่พวกอัครสาวกได้รู้จักก่อนที่พระองค์จะโดนจับเอาไปตรึงที่ไม้กางเขน…ท่านได้เน้นย้ำความเป็นจริงของการกลับคืนพระชนมชีพทางกายภาพขององค์พระเยซูเจ้าแต่ท่านก็ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ้งชัดว่าการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้ามิใช่เป็นการกลับไปสู่ชีวิตของโลกนี้แต่“พระเยซูเจ้าได้ทรงเสด็จกลับคืนพระชนมชีพไปสู่ชีวิตแบบใหม่ที่อยู่นอกเหนือความตาย” […]

อ่านต่อ

2018-04-15 ประเพณีรดน้ำดำหัว

แทนคิดสะนิด…สะกิดใจ ประเพณีรดน้ำดำหัว ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นพิธีต่อเนื่องจากวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยเป็นประเพณีที่แสดงถึงความเคารพนบน้อบต่อบิดามารดาผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีของผู้น้อยและขอขมาลาโทษที่ผู้น้อยอาจเคยล่วงเกินผู้ใหญ่อีกทั้งเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองตลอดไปตั้งแต่วันแรกของการเริ่มประเพณีสงกรานต์จนถึงวันสุดท้ายของสงกรานต์       คำว่ารดน้ำดำหัวเป็นคำพูดของชาวเหนือที่จะไปรดน้ำขอขมา(ขอโทษ) ผู้ใหญ่และขอพรจากผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือซึ่งจะมีการอาบน้ำจริงๆคืออาบทั้งตัวและดำหัวคือสระผมด้วยสิ่งที่ใช้สระผมก็จะเป็นน้ำส้มป่อยหรือน้ำมะกรูด         การดำหัวในความหมายทั่วไปของชาวล้านนาไทยนั้นหมายถึงการ“สระผม” แต่ในพิธีกรรมโดยเฉพาะในเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆปีหมายถึงการชำระสะสางสิ่งอันเป็นอัปมงคลในชีวิตให้วิปลาสปราดไปด้วยการใช้น้ำส้มป่อยเป็นเครื่องชำระจึงใช้คำว่าดำหัวมาต่อท้ายคำว่ารดน้ำซึ่งมีความหมายคล้ายกันกลายเป็นคำซ้อนคำว่า“รดน้ำดำหัว” ประเพณีรดน้ำดำหัวถือว่าเป็นประเพณีที่ดีงามอีกประเพณีหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยถือปฏิบัติสืเวลาที่ยาวนานซึ่งการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุหรือญาติผู้ใหญ่บุคคลผู้ที่ตนให้ความเคารพนับถือการรดน้ำดำหัวนั้นจะเป็นการขอโทษขออภัยซึ่งกันและกันที่เคยล่วงเกินกันในปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการล่วงเกินทางกายล่วงเกินทางวาจาหรือว่าการล่วงเกินทางใจทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจต่อหน้าหรือว่าลับหลังก็ตามประเพณีรดนำดำหัวหรือบางครั้งก็เรียกว่าประเพณีปีใหม่เมืองจะมีในระหว่างวันที่13-15 เดือนเมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเอง      ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะกระทำกันในวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์เพียงวันเดียวหรือวันเถลิงศกนั่นเองแต่การรดน้ำดำหัวพระสงฆ์นั้นจะมีลักษณะคล้ายๆกันแต่พิธีการรดน้ำดำหัวพระสงฆ์จะมีพิธีการมากกว่าคือก่อนที่จะรดน้ำพระสงค์จะต้องรดน้ำพระพุทธรูปก่อนแล้วจึงค่อยรดน้ำดำหัวพระภิกษุสงฆ์จากนั้นก็รับพรจากพระภิกษุสงฆ์พอเสร็จพิธีก็จะมีการเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานและการรดน้ำดำหัวพระภิกษุนั้นจะทำทุกวัน  ประเพณีรดน้ำดำหัว เป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องกันมายาวนานในปีใหม่ไทย เป็นการแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อบิดามารดา […]

อ่านต่อ

2015-04-15 ข้อคิดอาทิตย์ที่ 3 เทศกาลปัสกา ปี B

ข้อคิดอาทิตย์ที่ 3เทศกาลปัสกาปี B ลก24: 35-48…ท่านวุ่นวายใจทำไมเพราะเหตุใดท่านจึงมีความสงสัยในใจจงดูมือและเท้าของเราซิเป็นเราเองจริง…พระคริสตเจ้าจะต้องรับทนทรมานและจะกลับคืนชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม… ในพระวรสารเราจะพบว่าบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้ากำลังสนทนากันอยู่ถึงเรื่องของพระองค์พวกเขาที่ได้รับบาดแผลหัวใจแต่พระเยซูเจ้าได้ทรงปรากฎองค์ให้พวกเขาได้แลเห็นและได้ทรงประทานสันติสุขของพระองค์ให้กับพวกเขาพลางได้มอบพันธกิจให้กับพวกเขาเพื่อเป็นการสานต่อพันธกิจของพระองค์ ข้อคิด…ในบทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือกิจการอัครสาวก(กจ3: 13-15. 17-19) นักบุญเปโตรได้แสดงความกล้าหาญอย่างยิ่งใหญ่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับประชาชนที่ได้มีส่วนร่วมต่อการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าอย่างไรก็ตามท่านก็ได้แก้ตัวให้กับพวกเขาพลางบอกว่าที่พวกเขาได้ทำลงไปนั้นก็เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วยประการฉะนี้ท่านจึงได้ให้แรงบันดาลใจแก่พวกเขาด้วยคำอธิษฐานขององค์พระเยซูเจ้าขณะที่กำลังจะสิ้นพระชนม์ว่า“ข้าแต่พระบิดาเจ้าโปรดยกโทษให้พวกเขาพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรลงไป” ท่านได้เร่งรัดให้ประชาชนทำการกลับใจใช้โทษบาปพลางให้คำมั่นสัญญากับพวกเขาว่าถ้าหากพวกเขาทำเช่นนั้นบาปของพวกเขาก็จะได้รับการอภัย ส่วนในพระวรสารความสนใจอันดับแรกของนักบุญลูกาก็คือต้องการแสดงให้เห็นว่าพระเยซูพระผู้ได้ทรงเสด็จกลับคืนพระชนมชีพทรงเป็นบุคคลเดียวกันกับที่พวกอัครสาวกได้รู้จักก่อนที่พระองค์จะโดนจับเอาไปตรึงที่ไม้กางเขน…ท่านได้เน้นย้ำความเป็นจริงของการกลับคืนพระชนมชีพทางกายภาพขององค์พระเยซูเจ้าแต่ท่านก็ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ้งชัดว่าการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้ามิใช่เป็นการกลับไปสู่ชีวิตของโลกนี้แต่“พระเยซูเจ้าได้ทรงเสด็จกลับคืนพระชนมชีพไปสู่ชีวิตแบบใหม่ที่อยู่นอกเหนือความตาย” […]

อ่านต่อ

Posts pagination

1 … 29 30 31 … 155

เกี่ยวกับวัดฯ

  • ประวัติอาสนวิหาร
  • แม่พระอัสสัมชัญ
  • บรรณฐาน
  • สถาปัตยกรรม
  • กระจกสี
  • ภาษาลาตินในวัด

บริการต่างๆ

  • ล้างบาปทารก / Baptisms
  • แต่งงาน / Wedding
  • การขออนุญาตถ่ายภาพ

สารวัดย้อนหลัง

  • บทสนทนาจากเจ้าอาวาส
  • คิดสักนิด...สะกิดใจ...
  • ปลัดแก่ ซอย40
  • ปี 2012

บุคลากร/องค์กรต่างๆในวัด

  • พระสงฆ์
  • สำนักงานวัด
  • สภาภิบาล
  • นักขับร้อง
  • สโมสรเยาวชน

ลิงค์คาทอลิก

  • สภาสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย
  • อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
  • หอจดหมายเหตุ อัครสังฆมณฑลฯ
  • สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
  • ปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025
Facebook-f Youtube