“ด้วยการยืนหยัดมั่นคงท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้” เมื่อพระเยซูเจ้าเดินทางมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม ดูเหมือนว่าภารกิจ เรื่องราว คำสอนต่างๆ ของพระองค์มักจะเกี่ยวข้องกับพระวิหาร เช่น การชำระพระวิหาร (ลก 19:45-46) […]
“ด้วยการยืนหยัดมั่นคงท่านจะรักษาชีวิตของท่านไว้ได้” เมื่อพระเยซูเจ้าเดินทางมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม ดูเหมือนว่าภารกิจ เรื่องราว คำสอนต่างๆ ของพระองค์มักจะเกี่ยวข้องกับพระวิหาร เช่น การชำระพระวิหาร (ลก 19:45-46) […]
“ข้าพเจ้าเห็นน้ำไหลออกมาจากใต้ธรณีประตูพระวิหารด้านตะวันออก”ทุกคืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์เรามักได้ยินเพลงภาษาละตินที่ชื่อว่า “Vidi Aquam” (ข้าพเจ้าเห็นลำธารน้ำ) ในช่วงที่พระสงฆ์พรมน้ำเสก เพลงนี้มีที่มาจากข้อความในหนังสือประกาศกเอเศเคียลซึ่งเราได้ยินในวันนี้เองเอเสเคียลเล่าว่าท่านเห็น “น้ำไหลออกมาจากใต้ธรณีประตูพระวิหารด้านตะวันออก” (อสค 47:1) และเมื่อน้ำนี้ไหลไปที่ใด […]
ประชาชนมากมายเหลือคณานับยืนอยู่เฉพาะพระบัลลังก์ข้อความจากหนังสือวิวรณ์ (วว:2-4, 9-14) ให้ภาพของบรรดา “นักบุญทั้งหลาย” ในเมืองสวรรค์ที่เราทำการสมโภชในวันนี้ เป็นภาพของผู้คนจำนวนมากมายอยู่ “เฉพาะพระบัลลังก์และเฉพาะพระพักตร์ลูกแกะ”ส่วนต้นของบทอ่านที่หนึ่งกล่าวถึงนิมิตที่ยอห์นเห็น ทูตสวรรค์จากทิศตะวันออกห้ามมิให้ผู้ใดทำลายแผ่นดินและทะเลจนกว่า “จะได้ประทับตราไว้ที่หน้าผากของบรรดาผู้รับใช้พระเจ้า… […]
“ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพเจ้าไม่เป็นเหมือนมนุษย์คนอื่น”พระวรสารนักบุญลูกาบทที่ 17 มีนิทานเปรียบเทียบเกี่ยวกับการภาวนาอยู่ 2 เรื่อง คือเรื่องผู้พิพากษาอธรรมกับหญิงม่าย (ลก 18:1-8) สอนให้อย่าท้อถอยและภาวนาอย่างสม่ำเสมอ อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องชาวฟาริสีและคนเก็บภาษี […]
“เราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”พระวาจาวันนี้ไม่ใช่พระวาจาของวันอาทิตย์ปกติ (จริงๆ แล้วควรเป็นวันอาทิตย์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา) แต่เป็นพระวาจาของวันแพร่ธรรมสากล ประเทศไทยของเราในฐานะที่เป็นประเทศมิสซังในความหมายที่ยังต้องมีการประกาศข่าวดีจึงจัดให้มีการภาวนาเป็นพิเศษ และพระวรสารวันนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราทุกคนในการดำเนินชีวิตเพื่อประกาศข่าวดีแก่ผู้ที่ยังไม่รู้จักพระคริสตเจ้าหัวข้อของวันแพร่ธรรมสากลปีนี้คือ “ผู้ประกาศข่าวดีแห่งความหวังท่ามกลางนานาชาติ” พระสันตะปาปากล่าวถึงการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ตามปกติครั้งแรกในสหัสวรรษที่สามนี้ […]
“ไม่มีใครกลับมาถวายเกียรติพระเจ้านอกจากคนต่างชาติคนนี้หรือ”ระหว่างทางไปเยรูซาเล็มมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย การเดินทางไปเยรูซาเล็มมีความหมายที่ชัดเจนคือการไปรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนพระชนมชีพตามแผนการไถ่กู้ของพระเจ้าดูเหมือนว่าพระเยซูเจ้าไม่ได้เร่งรีบเท่าไรนัก เพราะเมื่อตอนเริ่มต้นการเดินทาง ศิษย์ของพระองค์ก็เข้าไปในหมู่บ้านของชาวสะมาเรีย (ลก 9:52) วันนี้พระองค์ยังคงอยู่ที่ดินแดนระหว่างสะมาเรียและกาลิลี […]
“ฉันทำตามหน้าที่ที่ต้องทำเท่านั้น”เราอาจสงสัยนิดหน่อยว่าทำไมอัครสาวกจึงทูลขอให้พระเยซูเจ้า “โปรดเพิ่มความเชื่อ” กับพวกเขาก่อนที่อัครสาวกจะขอให้พระเยซูเจ้าเพิ่มความเชื่อให้พวกเขา พระองค์กล่าวถึงการเป็นสาเหตุของบาป การให้อภัยแก่ผู้ที่ทำผิดและสำนึกผิดโดยไม่สำคัญว่าจะทำผิดกี่ครั้งก็ตาม ยังไม่นับก่อนหน้านี้ที่พระองค์สอนเรื่องทรัพย์สมบัติมาอย่างต่อเนื่อง พวกเขารู้สึกว่าถูกเรียกร้องมากมายเหลือเกินจนไม่อาจจะทำได้ พวกเขาจึงวอนขอความเชื่อเพื่อให้พวกเขาสามารถปฏิบัติตามสิ่งที่พระเยซูเจ้าสอนได้พระวรสารนักบุญลูกากล่าวถึงความเชื่อเพียง 5 ครั้ง […]
“มีเหวใหญ่ขวางอยู่ระหว่างเราทั้งสอง”เรายังคงอยู่ในบริบทเกี่ยวกับคำสอนเรื่องการใช้ทรัพย์สมบัติที่มีในโลกนี้อย่างถูกต้อง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพระองค์สอนให้ใช้ทรัพย์สินในโลกนี้ “เพื่อสร้างมิตรให้ตนเอง” (ลก 16:9) กล่าวคือนอกจากใช้สิ่งที่เรามีเพื่อดำเนินชีวิตอย่างสมควรแล้ว เราควรใช้สิ่งที่เกินความจำเป็นจุนเจือให้ผู้ที่ขาดและต้องการด้วยเรื่องของเศรษฐีและลาซารัสที่เราได้ยินในวันนี้สร้างความประหลาดใจให้กับประชาชนในสมัยนั้น เพราะพวกเขารู้สึกว่าความมั่งมีเป็นเครื่องหมายของผู้ที่พระเจ้าอวยพร ส่วนผู้ยากจนขัดสนคือผู้ที่พระเจ้าไม่อวยพร แต่กลับกลายเป็นว่าในตอนท้ายเรื่อง […]
“ฉันรู้แล้วว่าจะทำอย่างไร”นิทานเปรียบเทียบของพระเยซูเจ้าทุกเรื่องท้าทายเราเสมอ และบ่อยครั้งต้องทำความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องผู้จัดการฉลาดแกมโกงที่เราฟังในวันนี้เริ่มต้นเรื่องราวนิทานเปรียบเทียบ ผู้จัดการคนหนึ่งถูกไล่ออกเพราะถูกคนอื่นนำไปฟ้องนายว่าเขาผลาญทรัพย์สินของนาย น่าสังเกตว่าสาเหตุที่เขาถูกไล่ออกเพราะถูกฟ้อง และเขาไม่สามารถแก้ต่างให้ตัวเองได้ แสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่เขาทำอย่างที่ถูกฟ้องจริงเมื่อต้องพ้นจากหน้าที่ ผู้จัดการคนนี้ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เพราะ “จะไปขุดดินก็ทำไม่ไหว […]
“บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้น”เพื่อเข้าใจพระวาจาของพระเยซูเจ้าวันนี้ที่ว่า “โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น” เราต้องฟังเหตุการณ์จากบทอ่านที่ 1 จากหนังสือกันดารวิถีที่ชาวอิสราเอลบ่นว่าพระเจ้าและถูกงูพิษกัด พระเจ้าจึงให้โมเสสทำงูทองสัมฤทธิ์ขึ้นติดไว้ที่เสาและบอกชาวอิสราเอลว่า “ผู้ที่ถูกงูกัดและมองดูงูทองสัมฤทธิ์นั้นก็รอดชีวิต”ความหมายของการมองดูรูปงูทองสัมฤทธิ์ไม่ใช่เพียงแค่มอง แต่เพราะพวกเขามองดูด้วยความเชื่อในพระสัญญาที่ว่าเมื่อมองดูรูปนี้พวกเขาจะรอดชีวิตเช่นเดียวกับไม้กางเขนที่พระเยซูเจ้าพระองค์จะถูกตรึงและถูกยกขึ้นเหนือแผ่นดินหากการมองดูรูปงูทองสัมฤทธิ์นั้นด้วยความเชื่อทำให้รอดชีวิต การมองดูบุตรแห่งมนุษย์ที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนก็จะได้รับความรอดพ้นเช่นเดียวกันไม้กางเขนที่เคยเป็นเครื่องมือประหารชีวิตนักโทษกลับกลายเป็นบัลลังก์ของพระเยซูเจ้า […]