“ท่านเกิดมาในบาปทั้งตัว แล้วยังกล้ามาสั่งสอนพวกเราอีกหรือ”
เรื่องราวการรักษาชายตาบอดแต่กำเนิดวันนี้ เป็นเรื่องราวที่มีการขยายความมากที่สุดเรื่องหนึ่งในพระวรสารนักบุญยอห์น
วันนี้ พระเยซูเจ้าพบกับชายตาบอดแต่กำเนิดซึ่ง “ไม่เคยได้ยินเลยว่ามีใครรักษาคนตาบอดแต่กำเนิดให้หายได้” (ยน 9:32) พระองค์ใช้วิธีการซึ่งเป็นเครื่องหมายของการรักษาคือการใช้พระเขฬะ (น้ำลาย) ผสมกับดินป้ายตาคนตาบอดแล้วให้ไปล้าง
การใช้โคลน (ดิน) ป้ายตา ชวนให้คิดถึงการสร้างที่พระเจ้าทรงใช้ดินปั้นเป็นมนุษย์ ดูเหมือนว่าพระเยซูเจ้ากำลังรักษาโดยการสร้างสายตาใหม่ให้กับชายตาบอด ไม่ใช่การ “ซ่อมแซม” เพราะชายคนนี้ตาบอดมาตั้งแต่กำเนิด เขาไม่เคยมองเห็นเลยในชีวิต แตกต่างจากการรักษาเพื่อซ่อมแซมหรือฟื้นฟูสิ่งที่เคยมี
น่าสังเกตเล็กน้อยตรงที่การรักษาชายตาบอดครั้งนี้ ชายตาบอดไม่ได้ร้องขอ เพราะเขามองไม่เห็น เขาไม่รู้จักพระเยซูเจ้า เป็นพระองค์ที่พระทัยดีช่วยทำให้เขามองเห็น แต่ถึงแม้ว่าเป็นพระเจ้าที่ริเริ่ม ชายตาบอดคนนั้นยังคงต้องไป “ล้างที่สระสิโลอัม” การมองเห็นยังคงต้องการการเชื่อฟังพระเจ้า
ประเด็นสำคัญของวันนี้ไม่ใช่การรักษาของพระเยซูเจ้า แต่เป็น “การมองเห็น” เพราะตามความคิดของชาวยิว ผู้ที่เกิดมาพิการ ชีวิตยากลำบาก เป็นเพราะเขาได้รับผลของบาป ซึ่งอาจไม่ใช่เขาทำบาปโดยตรง บางทีการที่พ่อแม่บรรพบุรุษทำบาป ผลของบาปก็ตกทอดเป็นมรดกถึงลูกหลาน ทำให้ลูกหลานพิการ ยากจน ฯลฯ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อคนตาบอดยืนยันว่าเป็นพระเยซูเจ้าที่รักษาเขาให้หาย และถามเชิงประชดประชันกับชาวยิวว่า “แปลกจริง ท่านทั้งหลายไม่รู้ว่าเขามาจากไหน แต่เขาได้รักษาตาของฉันให้กลับมองเห็น เราทั้งหลายรู้ว่า พระเจ้าไม่ทรงฟังคนบาป แต่ทรงฟังผู้ที่ยำเกรงพระองค์และปฏิบัติตามพระประสงค์เท่านั้น” (ยน 9:30-31)
แน่นอนว่าบรรดาชาวยิวยอมรับไม่ได้ที่จะให้คนที่พวกเขาถือว่าเป็นคนบาปมาสั่งสอน ชาวยิวตอบกลับไปว่า “ท่านเกิดมาในบาปทั้งตัว แล้วยังกล้ามาสั่งสอนพวกเราอีกหรือ” แล้วก็ขับไล่เขาไป (ยน 9:34)
พระเยซูเจ้าไม่ได้เพียงมอบสายตาใหม่ให้คนตาบอด แต่พระองค์กำลังมอบสายตาใหม่ให้กับบรรดาอัครสาวก ชาวยิว บรรดาชาวฟาริสี รวมถึงพวกเราทุกคนด้วยที่มีสายตามองโลกในแบบของตนเองเท่านั้น.
…ลาซารัส…