“เขาก็ตาสว่างและจำพระองค์ได้”
เรื่องพระเยซูเจ้าเสด็จมาพบกับศิษย์สองคนที่กำลังเดินทางไปเอมมาอูสเกิดขึ้นในเย็นวันต้นสัปดาห์ วันที่พระองค์ทรงกลับคืนชีพ เหตุการณ์ในตอนเช้าคือมารีย์ ชาวมักดาลา (และน่าจะมีเพื่อนๆ สตรีของเธอด้วย) ได้ไปพบพระคูหาว่างเปล่า เปโตร (และศิษย์ที่พระองค์ทรงรัก รวมถึงอาจมีศิษย์คนอื่นๆ อีกด้วย) ก็ไปที่พระคูหาและ “พบทุกอย่างดังที่บรรดาสตรีเล่าให้ฟังแต่ไม่เห็นพระองค์” (ลก 24:24)
ตลอดเส้นทางจากเยรูซาเล็มถึงเอมมาอูสมีความยาวประมาณ 11 กิโลเมตร ศิษย์สองคนนี้ มีคนหนึ่งชื่อเคลโอปัส ซึ่งเราไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร อาจเป็นบุคคลหนึ่งซึ่งกลุ่มคริสตชนรู้จักกันในช่วงเวลาที่ลูกาเขียนพระวรสารก็เป็นได้ ข้อความนี้ยืนยันว่าศิษย์ของพระเยซูเจ้าไม่ได้มีเพียงอัครสาวกสิบเอ็ดคนเท่านั้น และศิษย์ของพระองค์ต่างมีความเชื่อ แต่ก็ผิดหวังจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
พระเยซูเจ้าเป็นผู้อธิบายให้พวกเขาเข้าใจเรื่องราวต่างๆ จากพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงพระองค์ แต่พวกเขาก็ยังจำพระเยซูเจ้าไม่ได้
พวกเขามาจำพระเยซูเจ้าได้ตอนบิขนมปัง (ลก 24:31, 35)
เหตุผลหลักที่พวกเขาจำพระเยซูเจ้าได้คือพวกเขาเคยรู้จักเหตุการณ์นี้ อากัปกิริยาของพระเยซูเจ้า “ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและทรงยื่นให้เขา” คือสิ่งพระเยซูเจ้ากระทำ ณ อาหารค่ำครั้งสุดท้าย (เทียบ ลก 22:19) หรืออย่างน้อยเป็นสิ่งที่เขาอาจได้สัมผัสเมื่อพระองค์เลี้ยงอาหารคนห้าพันคน (ลก 9:12-17) และเป็นบทสอนให้กับคริสตชนที่กำลังอ่านข้อความตอนนี้ถึงเรื่องพิธีศีลมหาสนิท
เราจะจำพระเยซูเจ้าในเหตุการณ์ต่างๆ ได้ต่อเมื่อเราเคยมีประสบการณ์กับพระองค์เท่านั้น
หมายเหตุ: นักพระคัมภีร์หลายท่านตีความว่าพระวาจาตอนนี้ ลูกากำลังสอนถึงพิธีมิสซาซึ่งประกอบด้วยการฟังพระวาจา (พระเยซูเจ้าอธิบายพระคัมภีร์) และการรับศีลมหาสนิท (พระเยซูเจ้ายื่นปังส่งให้) เราจะจำพระเยซูเจ้าได้จากการร่วมมิสซาอย่างดีทั้งครบ.
…ลาซารัส…