“เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว”
อาทิตย์ปัสกาที่ 4 เป็นวันอาทิตย์ที่เรียกว่า “วันอาทิตย์ผู้เลี้ยงแกะที่ดี” (Bonus Pastor) เพราะพระวรสารวันนี้กล่าวถึงพระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะ หลายแห่งมีพิธีบวชพระสงฆ์ในวันนี้เพราะพระสงฆ์เป็นภาพของพระเยซูเจ้าผู้เลี้ยงแกะที่ดี ซึ่งภาพนี้สะท้อนออกมาผ่านทางพระวาจาหลายตอน (เช่น ยน 21:15-19; กจ 20:28-29; 1ปต 5:2-3) แต่พระวรสารนักบุญยอห์นบทที่ 10 นี้กล่าวถึงพระเยซูเจ้าโดยตรง
ภาพจากพระวรสารวันนี้อาจทำให้เราสับสนเล็กน้อยว่าตกลงแล้วพระเยซูเจ้าเป็น “ผู้เลี้ยงแกะ” หรือเป็น “ประตูคอกแกะ” กันแน่ มีคำแนะนำว่าเราไม่ควรเอาภาพทั้งสองนี้ไปผสมกัน แต่ให้ค่อยๆ อ่านและทำความเข้าใจตามที่ยอห์นต้องการสื่อทีละข้อความ
อาชีพคนเลี้ยงแกะเป็นอาชีพทั่วไปในดินแดนแถบนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงแกะเพื่อเอาขน ดังนั้นบ่อยครั้งผู้เลี้ยงแกะจึงอาจอยู่กับแกะกลุ่มเดิมเป็นระยะเวลานาน มีความผูกพันกันเหมือนสัตว์เลี้ยงใกล้ชิด ผู้เลี้ยงแกะจำแกะของตนได้และบางครั้งก็ตั้งชื่อให้กับแกะของตน (ยน 10:3)
การตั้งชื่อและจำชื่อแกะแต่ละตัวได้แสดงถึงความผูกพันระหว่างผู้เลี้ยงแกะกับแกะแต่ละตัว
ไม่ต่างจากเวลาที่เราอยู่ในคนหมู่มากแล้วมีคนจำชื่อเราได้ ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับคนนั้น สำหรับพระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์จำเราได้ไม่เพียงแต่ชื่อ พระองค์ยังรู้ว่าเราชอบอะไรไม่ชอบอะไร มีนิสัยอย่างไร รู้แม้กระทั่งเราอ่อนแอเรื่องอะไร เคยทำอะไรมาในชีวิตบ้าง
การเรียกชื่อยังชวนให้คิดถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าเรียกชื่อมารีย์ ชาวมักดาลาจึงทำให้นางจำพระองค์ได้ (ยน 20:16)
ในเหตุการณ์ต่างๆ ของชีวิต ในท่ามกลางผู้คนมากมายที่เราพบเจอ เราจำพระเยซูเจ้าได้ไหม? พระองค์อาจจะอยากเรียกเราผ่านเรื่องราวบางอย่าง อยากสอนเราด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากบอกเราผ่านบุคคลที่เราพบเจอ อยากให้เรายื่นมือไปช่วยเหลือผ่านคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็เป็นได้.
…ลาซารัส…