“ผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระบิดาด้วย”
ถ้อยคำของพระเยซูเจ้าที่เราได้ยินในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทปราศรัยอำลาของพระเยซูเจ้าหลังอาหารค่ำครั้งสุดท้ายกับบรรดาศิษย์ (ยอห์นบทที่ 13) เพื่อให้กำลังใจพวกเขาว่าท่ามกลางความมืดที่กำลังเข้ามาแต่แสงสว่างอันสดใสกำลังรอคอยอยู่
พระเยซูเจ้าเริ่มต้นด้วยการปลอบโยนพวกเขาว่า “ใจของท่านทั้งหลายจงอย่าหวั่นไหวเลย” (ยน 14:1) ทั้งนี้เพราะพระองค์เพิ่งกล่าวถึงผู้ทรยศและการปฏิเสธของเปโตรไป บรรดาศิษย์รู้ว่ากำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพระเยซูเจ้าเท่านั้น แต่เรื่องใดที่เกิดขึ้นกับอาจารย์ เรื่องราวไม่ต่างกันย่อมเกิดขึ้นกับบรรดาศิษย์ด้วย
พระองค์เตือนใจพวกเขาถึงเรื่อง “บ้านของพระบิดา” (ยน 14:2) พระองค์ทรงเป็น “หนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน 14:6) ซึ่งพระองค์เสริมในตอนท้ายว่า “ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเรา ท่านก็รู้จักพระบิดาของเราด้วย” (ยน 14:7)
ฟิลิปจึงวอนขอพระเยซูเจ้าว่า “โปรดทำให้เราได้เห็นพระบิดาเถิด” (ยน 14:8) ทั้งนี้สำหรับความเชื่อของชาวยิวแล้ว ไม่มีผู้ใดสามารถเห็นพระเจ้าได้ อย่างมากที่สุดก็เพียงแค่พระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ (เทียบ อพย 33:18, 20)
พระเยซูเจ้าตอบคำขอร้องของฟิลิปด้วยความเมตตา เพราะเขายังไม่เข้าใจว่า “ผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระบิดาด้วย” (ยน 14:9) ก่อนหน้านี้ พระองค์ยืนยันเสมอว่าพระองค์กระทำกิจการต่างๆ ตามพระประสงค์ของพระบิดา และเน้นย้ำอีกครั้งตรงนี้ว่า “เราดำรงอยู่ในพระบิดาและพระบิดาทรงดำรงอยู่ในเรา วาจาที่เราบอกกับท่านทั้งหลายนี้ เรามิได้พูดตามใจของเรา แต่พระบิดาผู้สถิตในเรา ทรงกระทำกิจการของพระองค์” (ยน 14:10)
เมื่อเราดำเนินชีวิตคริสตชน เราดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า หรือดำเนินชีวิตตามความปรารถนาของเรา เราได้ดำเนินชีวิตให้ทุกคนที่เห็นเราก็เห็นพระบิดาหรือไม่ หรือว่าเรายังคงดำเนินชีวิตที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ให้พระเจ้าทำตามใจของเรามากกว่า?
พี่น้องที่รัก สารวัดฉบับนี้น่าจะเป็นข้อเขียนสุดท้ายของพ่อในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาสอาสนวิหารอัสสัมชัญ ขอขอบคุณพระเจ้าและขอบคุณพี่น้องสำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ที่นี้ ขอคำภาวนาสำหรับหน้าที่ใหม่และชีวิตกระแสเรียกของพ่อด้วย ให้พ่อได้เลียนแบบชีวิตของพระเยซูเจ้าที่ไม่ว่าอยู่ที่ใดจะทำให้ทุกคน “ได้เห็นพระบิดา” เสมอ.
…ลาซารัส…