• หน้าแรก
  • เกี่ยวกับอาสนวิหาร
    • ประวัติอาสนวิหารอัสสัมชัญ
    • สถาปัตยกรรม
    • บรรณฐาน
    • ภาษาลาตินในวัด
    • กระจกสี / stained-glass
    • รูปนักบุญ / saint sculpture
  • บริการต่างๆ
    • ล้างบาปทารก / Baptisms
    • การถ่ายภาพ / Take pictures
    • แต่งงาน / wedding
  • ติดต่อสอบถาม/Contact us
  • หน้าแรก
  • เกี่ยวกับอาสนวิหาร
    • ประวัติอาสนวิหารอัสสัมชัญ
    • สถาปัตยกรรม
    • บรรณฐาน
    • ภาษาลาตินในวัด
    • กระจกสี / stained-glass
    • รูปนักบุญ / saint sculpture
  • บริการต่างๆ
    • ล้างบาปทารก / Baptisms
    • การถ่ายภาพ / Take pictures
    • แต่งงาน / wedding
  • ติดต่อสอบถาม/Contact us

Category: คิดสักนิด…สะกิดใจ

2016-06-26 อาสนวิหารหมายถึงอะไรและมีความหมายพิเศษต่างจากโบสถ์ทั่วไปยังไง?”

หลายวันก่อนมีสัตบุรุษท่านหนึ่งถามพ่อว่า“พ่อครับอาสนวิหารหมายถึงอะไรและมีความหมายพิเศษต่างจากโบสถ์ทั่วไปยังไง?” พ่อกลับมาคิดถึงเรื่องนี้และเห็นว่ามีประโยชน์ดีจึงเลยถือโอกาสนี้ให้ความรู้แก่พี่น้องเกี่ยวกับความหมายของคำว่า“วัดหรือโบสถ์”(ศาสนสถานที่ประกอบพิธีกรรมในศาสนาคริสต์) เพราะพ่อเชื่อว่าหลายท่านอาจคงจะยังไม่ทราบว่าสำหรับเราคาทอลิกแล้วเรามีชื่อเรียก“วัดหรือโบสถ์” อยู่หลายชื่อและมีความหมายที่ไม่เหมือนกันด้วย Cathedral ภาษาไทยเรียกว่า“อาสนวิหาร” ภาษาอิตาเลียนใช้คำว่าCattedrale (คัท-เทด-รา-เล) หรือคำว่าDuomo (ดู-โอ-โม) […]

อ่านต่อ

2016-06-19 ท่านคิดว่าเราเป็นใคร?

ท่านคิดว่าเราเป็นใคร? วันนี้พระเยซูเจ้าทรงถามบรรดาศิษย์ว่า“ท่านล่ะว่าเราเป็นใคร”เปโตรทูลตอบว่า“พระองค์คือพระคริสต์ของพระเจ้า”นั่นคือคำตอบของนักบุญเปโตรแล้วสำหรับเราหล่ะถ้าพระเจ้าทรงถามเราเราจะตอบพระองค์ว่าอย่างไร?  ซึ่งแน่นอนเราแต่ละคนคงจะไม่สามารถตอบคำถามข้อนี้ได้เลยหากเรายังไม่มีประสบการณ์โดยตรงกับพระองค์ดังนั้นเราจึงต้องถามตนเองอยู่เสมอว่าเราสัมผัสกับพระเจ้าในชีวิตของเราแล้วหรือยัง?หรือพระเจ้าสำคัญกับเราอย่างไร? ความจริงพระเจ้าทรงอยู่รอบตัวและเราสามารถสัมผัสกับพระองค์ได้อยู่ตลอดเวลาอยู่ที่ว่าเราจะตระหนักและรับรู้ถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของเราหรือไม่เท่านั้นดังนั้นไม่ว่าเราจะสุขหรือทุกข์จะป่วยหรือสบายดีอย่าลืมที่จะเรียนรู้และสัมผัสถึงพระองค์เสมอว่าพระเจ้านั้นสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของเรา ในทำนองเดียวกันเรายังต้องตั้งคำถามสำหรับตัวเราเองด้วยเหมือนกันว่า“แล้วท่านหล่ะท่านรู้มั้ยว่าท่านเป็นใคร?”  พ่อคิดว่าคำถามข้อนี้เป็นคำถามสำคัญที่เราควรถามและตอบตัวเองบ่อยด้วยเหมือนกันซึ่งพระเจ้าคงไม่สนใจหรอกว่าเราตอบอะไร? แต่พระองค์ทรงสนใจมากกว่าว่า“เราทำตัวหรือดำเนินชีวิตในฐานะที่เป็นคริสตชนอย่างไร” เด็กยากจนคนหนึ่งกำลังขายแอปเปิ้ลอยู่ที่สถานีรถไฟขณะที่กำลังถือตะกร้าแอปเปิ้ลเดินขายอยู่ในช่วงเวลาเร่งรีบอยู่นั้นชายคนหนึ่งวิ่งมาชนเด็กยากจนจนตะกร้าแอปเปิ้ลกระจายไปทั่วพื้นแต่ชายคนนั้นกลับวิ่งต่อไปโดยไม่สนใจเพื่อให้ทันเวลารถไฟและดูเหมือนผู้คนที่อยู่ในบริเวณรอบๆจะไม่มีใครสนใจเด็กน้อยและแอปเปิ้ลของเขาเลยที่นั่นมีชายคนหนึ่งซึ่งกำลังเร่งรีบเหมือนกันแต่เขาหยุดและช่วยเด็กคนนี้เก็บผลไม้แล้วพูดว่าฉันเสียใจด้วยนะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเด็กคนนี้รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นจึงถามคำถามขึ้นว่า“คุณคือพระเยซูเจ้าหรือครับ”เพราะคุณใจดีมากเหลือเกิน  เด็กคนนี้ไม่ได้ถามว่าชายคนนี้เป็นใครแต่เห็นสิ่งที่เขากระทำแล้วคิดว่าน่าจะเป็นพระเยซูเจ้าเพราะกิจการเล็กๆน้อยๆแบบนี้เป็นกิจการแห่งความรักที่ประกาศถึงองค์พระเยซูเจ้า พี่น้องอาทิตย์นพ่อจึงหวังและปรารถนาให้เราแต่ละคนเรียนรู้จากสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเราสัมผัสกับพระเจ้าเสมอในชีวิตของเราเพื่อจะได้มีคำตอบในคำถามที่ว่า“พระองค์คือใครสำหรับเรา?” […]

อ่านต่อ

2016-06-12 “การให้อภัย”

พระวรสารในอาทิตย์นี้พระเจ้าทรงสอนเราเรื่องของ“การให้อภัย” ซึ่งพระเจ้าทรงมีต่อเรามนุษย์และปรารถนาให้เรากลับมาคืนดีกับพระองค์อีกครั้งหนึ่ง  ลองนึกถึงตอนที่เราไปแก้บาปเพียงแต่เราเสียใจและขอโทษในความผิดที่เราได้กระทำพระเจ้าก็ทรงให้อภัยแก่เราเสมอไม่ว่าเรานั้นจะใครมีบาปมาแค่ไหนหรือทำบาปผิดหนักหนามาประการใดก็ตามแต่พอนึกถึงมนุษย์ใจของเรามนุษย์เราช่างขอโทษและอภัยให้แก่กันและกันยากเหลือเกิน พี่น้องคงจะจำเรื่องราวของกษัตริย์ดาวิดได้ตอนที่กษัตริย์ดาวิดเห็นนางบัทเชบากำลังอาบน้ำดาวิดเกิดความพึงพอใจในตัวนางจึงส่งคนไปเรียกตัวนางมาแล้วดาวิดก็ทำบาปกับนางบัทเชบาด้วยการหลับนอนกับนางจนนางตั้งครรภ์ดาวิดพยายามปกปิดบาปนี้จึงส่งอุรียาห์สามีของนางบัทเชบาไปรบในจุดที่เสี่ยงอันตรายมากที่สุดและจงใจให้อุรียาห์ถูกฆ่าตายโดยทหารชาวอัมโมนบทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือซามูแอลฉบับที่สองในวันนี้จึงเป็นตอนที่ประกาศกนาธันไปเตือนกษัตริย์ดาวิดถึงบาปผิดของตนโดยเล่าเรื่องของคนรวยคนหนึ่งที่มีฝูงแกะแพะและโคมากมายกับคนจนอีกคนหนึ่งที่มีแต่แม่แกะเพียงตัวเดียวซึ่งเขาเลี้ยงดูด้วยความทะนุถนอมอย่างดี  คนรวยนึกเสียดายแกะของตัวเองที่จะต้องฆ่าเลี้ยงแขกจึงส่งคนไปขโมยเอาแกะของคนจนมาฆ่าเลี้ยงแขกแทนดาวิดโกรธมากบอกว่าคนรวยคนนี้ต้องตายและต้องชดใช้ให้4 เท่านาธันก็เลยบอกกับกษัตริย์ดาวิดว่าชายคนนั้นคือตัวของพระองค์เองดาวิดเสียใจในบาปความผิดของตนจึงตรัสว่า“ข้าพเจ้าได้กระทำบาปผิดต่อพระเจ้าแล้ว” แล้วพระคัมภีร์เล่าต่อทันทีว่า“พระเจ้าทรงให้อภัยบาปของฝ่าพระบาทแล้ว” แม้บาปของกษัตริย์ดาวิดนั้นมีมากมายซึ่งเริ่มต้นจากบาปเล็กๆจากความปลงใจในความอุลามกการล่วงประเวณีและการฆ่าคนซึ่งธรรมชาติของบาปก็มักเป็นแบบนี้คือเมื่อเราทำบาปหนึ่งก็จะทำอีกบาปตามไปด้วยแต่บาปก็ไม่สามารถลดความรักความเมตตาที่พระเจ้ามีต่อเราได้เพราะพระเจ้าทรงใจดีกับเราเสมอเพียงแค่เราเสียใจและขอโทษต่อพระเจ้าเราก็จะได้รับการอภัยจากพระเจ้าอย่างแน่นอนเช่นเดียวกับหญิงคนบาปในพระวรสารนางได้แสดงความถึงความทุกข์เสียใจถึงสิ่งที่นางเคยกระทำไปนางจึงล้างเท้าหลั่งน้ำตาเช็ดเท้าด้วยผมและจูบเท้าของพระองค์แล้วพระองค์ก็ทรงอภัยโทษทั้งหมดให้แก่เธอในทันทีในขณะที่ฟาริสียังดูถูกดูแคลนแล้วค่อยตัดสินบาปของคนอื่นว่าผู้หญิงคนนี้คือคนบาปที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวและพระเจ้าก็ไม่สมควรให้อภัยแก่หญิงคนบาปประเภทนี้ด้วย พี่น้องครับเรื่องราวในพระวรสารวันนี้จึงให้ข้อคิดสำหรับการดำเนินชีวิตแก่เราว่าเรามนุษย์ทุกคนควรรู้จักสำนึกผิดเสียใจและขอโทษกับพระเป็นเจ้าในบาปของความผิดที่ได้เรากระทำเสมอเพราะแท้จริงเราทุกคนก็เป็นคนบาปซึ่งต้องการความรักความเมตตาและการอภัยจากพระเจ้าแต่เราจะสามารถสัมผัสและรับการให้อภัยจากพระเจ้าได้อย่างไรหากเราไม่พยายามเข้าไปใกล้ชิดกับพระเจ้าและประการที่สองแม้บาปอาจจะทำให้เราตกต่ำและมีสภาพชีวิตอยู่ห่างกับพระเจ้าแต่บาปก็ไม่สามารถลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในตัวของเราได้ดังนั้นจงอย่าหลงตัวเองคิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นและค่อยติดสินคนอื่นแต่เราต้องรู้จักแยกแยะบาปกับคนบาปออกจากกันดังคำกล่าวที่กล่าวไว้ว่า“จงรังเกียจบาปแต่ไม่ควรรังเกียจคนบาป”

อ่านต่อ

2016-06-05 “การสงสาร” ผู้อื่น

พระวาจาของพระเจ้าทั้งสองบทในวันนี้พูดถึงเรื่องความตายของลูกชายหญิงหม้าย2 คนคนหนึ่งเป็นลูกชายของหญิงหม้ายที่เมืองสาเรฟัทและอีกคนหนึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของหญิงหม้ายที่เมืองนาอินทั้งสองคนนี้ได้เสียชีวิตลงและทำให้ความหวังของหญิงหม้ายทั้งสองคนนี้สูญสิ้นไปด้วยแต่วันนี้พวกเธอทั้งสองคนกลับมีหวังอีกครั้งหนึ่ง  พระองค์ทรงเปลี่ยนความทุกข์ยากให้เป็นความยินดีเพราะด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าและความเมตตาสงสารของพระองค์นั่นเองเอลียาห์ไม่สามารถปลุกคนตายให้กลับคืนชีพด้วยฤทธิ์อำนาจของตนเองได้จึงได้วิงวอนพระเป็นเจ้าเพื่อให้ลูกชายของหญิงหม้ายกับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งแต่สำหรับพระเยซูเจ้าพระองค์ทรงใช้ฤทธิ์อำนาจของพระองค์เองปลุกเด็กหนุ่มคนนี้ให้ลุกขึ้นโดยตรัสว่า“หนุ่มเอ๋ยเราบอกเจ้าว่าจงลุกขึ้นเถิด”แล้วเด็กหนุ่มนั้นก็ลุกขึ้นมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง พี่น้องเราทุกคนคงเคยมีประสบการณ์แบบองค์พระเยซูเจ้าในเรื่องของ“การสงสาร” ผู้อื่นเช่นเมื่อเราเห็นคนอื่นมีความทุกข์หรือมีความยากลำบากในชีวิตเราก็คงอดไม่ได้ที่จะสงสารและเป็นทุกข์ตามไปกับผู้อื่นด้วยยิ่งถ้าคนๆนั้นเป็นคนที่เรารู้จักและอยู่ใกล้ชิดเราเป็นเพื่อนเป็นลูกน้องหรือเพื่อนบ้านของเรา  การสะเทือนใจและการสงสารที่มีต่อคนๆนั้นก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วยแบบอย่างการสงสารของพระเยซูเจ้าในวันนี้จึงสอนเราว่าแท้จริงความสงสารนั้นต้องมีกิจการเสมอเพราะความสงสารจะไปไม่ถึงความรักได้เลยหากไม่มีกิจการเหมือนดังคำในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียก“ความสงสารหรือความเห็นอกเห็นใจ” ว่า“Compassion” ซึ่งหมายถึง  com+passion  (com […]

อ่านต่อ

2016-05-29 สมโภชพระวรกายพระโลหิตของพระคริสตเจ้า

อาทิตย์นี้เป็นวันสมโภชพระวรกายพระโลหิตของพระคริสตเจ้า ทุกปีทางวัดของเรา จะมีพิธีแห่ศีล เพื่อเทิดเกียรติองค์พระเยซูเจ้าผู้ประทับอยู่ในศีลมหาสนิทไปรอบ ๆ บริเวณวัด และโรงเรียน ซึ่งเป็นพิธีที่สง่างามและมีความหมายฝ่ายจิตใจอย่างมากสำหรับเราคริสตชนทุกๆ คน พี่น้องครับ […]

อ่านต่อ

2016-05-22 พระตรีเอกภาพ

สมโภชพระตรีเอกภาพ พี่น้องครับอาทิตย์นี้เป็นวันสมโภชพระตรีเอกภาพเป็นรหัสธรรมข้อความเชื่อประการหนึ่งที่พระศาสนจักรสอนเรามนุษย์ว่า“พระเป็นเจ้าของเราเป็นพระเจ้าแท้หนึ่งเดียวแต่มีสามพระบุคคลคือพระบิดาพระบุตรและพระจิตสามพระบุคคลซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกันและกันในความรัก” คุณพ่อคนหนึ่งกำลังขับรถอยู่มีลูกชายเล็กๆคนหนึ่งนั่งไปด้วยทันใดนั้นลูกชายก็หันไปหาพ่อถามว่า ลูกชาย:  “พ่อครับพระเจ้ามีเพียงหนึ่งหรือหลายองค์” บิดา    :  “มีหนึ่งเดียวลูกรัก” ลูกชาย:  “พระบิดาเป็นพระเจ้าหรือไม่” […]

อ่านต่อ

2016-05-15 “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด”

อาทิตย์นี้เป็นวันสมโภชพระจิตเจ้าอาทิตย์ที่แล้วเราเพิ่งทำการสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์แต่อาทิตย์นี้พระจิตเจ้าเสด็จลงมาเป็นการสลับหน้าที่กันของพระเจ้าที่พระองค์ทรงช่วยค้ำชูและให้ชีวิตแก่พระศาสนจักรและเรามนุษย์ทุกคนดังคำที่พระเยซูเจ้าเคยตรัสไว้ว่า“เราจะส่งพระผู้เหลือผู้หนึ่งลงมาหาท่าน” ซึ่งผู้นั้นก็คือ“พระจิตเจ้า” นั่นเอง คนในสมัยก่อนรู้จักกับวันสมโภชนี้ในชื่อว่า“เปนเตคอสเต” ซึ่งเป็นคำในในภาษากรีกแปลว่า“50 วัน” หมายถึงวันฉลอง50 วันหลังจากปัสกาชาวยิวทำการฉลองนี้เพื่อเตือนใจถึงบัญญัติ10 ประการที่พระเจ้าประทานให้แก่พวกเขาที่ภูเขาซีนายแต่สำหรับเราคริสตชน50 วันหลังปัสกาหมายถึงการที่พระเจ้าประทานพระจิตของพระองค์ให้แก่เรามนุษย์พระองค์ทรงเสด็จลงในนามว่า“พระผู้ช่วยเหลือ” […]

อ่านต่อ

2016-05-08 ประวัติคุณพ่อปลัดใหม่

คุณพ่อยอแซฟ วินัย ฤทธิบุญไชย           คุณพ่อยอแซฟ วินัย […]

อ่านต่อ

2016-05-01 แทน…คิดสักนิด…สะกิดใจ

โป๊ปฟรังซิส: “คริสตชนต้องประกาศข่าวดีภาวนาและมีความหวัง“ Posted by editor@popereport.com  สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงย้ำคริสตชนต้องประกาศข่าวดีของพระเยซูต้องภาวนาและมีความหวังอยู่เสมอมันเป็นสิ่งดีที่เราจะลองถามตัวเองกันว่าเราประกาศพระนามของพระเยซูในชีวิตประจำวันบ้างหรือเปล่าเราภาวนาบ้างไหมและเรามีความเชื่อจริงจังหรือเปล่าว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง ช่วงเช้าวันศุกร์ที่22 เมษายนที่ผ่านมาสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตามาร์ธาบทอ่านประจำมิสซานี้เป็นเหตุการณ์ที่เปาโลมาถึงเมืองอันทีโอ๊คแล้วเริ่มประกาศข่าวดีทันที พระสันตะปาปาทรงเทศน์ให้ข้อคิดว่า – สำหรับคริสตชนทุกคนมันมีเสาหลัก3 […]

อ่านต่อ

2016-014-24 แทน…คิดสะนิด..สะกิดใจ

โป๊ปฟรังซิส: “คริสตชนต้องติดตามพระเยซูไม่ใช่เดินตามหมอดูดวงชะตาหรือหมอดูไพ่” Posted by editor@popereport.com  สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงย้ำคริสตชนต้องติดตามพระเยซูไม่ใช่เชื่อและเดินตามคำแนะนำของหมอดูดวงชะตาหรือหมอดูไพ่เพราะถ้าทำแบบนั้นเราไม่ได้ติดตามพระเยซูแต่ไปติดตามคนอื่นแล้วทรงสอนวิธีการฟังและจำเสียงของพระเยซูก็คือจงไปอ่านพระวรสารเรื่องมหาบุญลาภ(ผู้เป็นสุข) หากใครสอนเราให้ดำเนินชีวิตตรงกันข้ามกับมหาบุญลาภคนนั้นก็เข้ามาทางหน้าต่างไม่ได้มาทางประตูและแน่นอนเขาไม่ใช่พระเยซูทรงถามเวลาเราตัดสินใจทำสิ่งต่างๆในชีวิตเราทำในนามพระเยซูหรือเปล่า ช่วงเช้าวันจันทร์ที่18 เมษายนที่ผ่านมาสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงถวายมิสซาเช้าในวัดน้อยประจำหอพักซางตามาร์ธาพระวรสารวันนี้พระเยซูตรัสว่า”เราเป็นประตูคอกแกะทุกคนที่มาก่อนหน้าเราเป็นขโมยและโจรเราเป็นประตูผู้ที่เข้ามาทางเราก็จะรอดพ้น” พระสันตะปาปาทรงเทศน์แบ่งปันว่า – […]

อ่านต่อ

Posts pagination

1 … 46 47 48 … 65

เกี่ยวกับวัดฯ

  • ประวัติอาสนวิหาร
  • แม่พระอัสสัมชัญ
  • บรรณฐาน
  • สถาปัตยกรรม
  • กระจกสี
  • ภาษาลาตินในวัด

บริการต่างๆ

  • ล้างบาปทารก / Baptisms
  • แต่งงาน / Wedding
  • การขออนุญาตถ่ายภาพ

สารวัดย้อนหลัง

  • บทสนทนาจากเจ้าอาวาส
  • คิดสักนิด...สะกิดใจ...
  • ปลัดแก่ ซอย40
  • ปี 2012

บุคลากร/องค์กรต่างๆในวัด

  • พระสงฆ์
  • สำนักงานวัด
  • สภาภิบาล
  • นักขับร้อง
  • สโมสรเยาวชน

ลิงค์คาทอลิก

  • สภาสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย
  • อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
  • หอจดหมายเหตุ อัครสังฆมณฑลฯ
  • สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย
  • ปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025
Facebook-f Youtube